ดอกลิลลี่แห่งปาเลสไตน์ – นักบุญเมเรียม เบาอาร์ดี

ดอกลิลลี่แห่งปาเลสไตน์ – นักบุญเมเรียม เบาอาร์ดี

(St. Mariam Baouardy)

นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 205 – หน้า 6-8

 

ในมิสซาฉลองนักบุญเมเรียม เบาอาร์ดี พระคุณเจ้าฟอด ทวัล แห่งกรุงเยรูซาเล็มกล่าวถึงเธอไว้ดังนี้ “ปรากฏการณ์ลึกลับหลายอย่างที่แสดงถึงคุณลักษณะชีวิตของเธอนั้นไม่อาจบดบังคุณสมบัติพื้นฐานความสุภาพอ่อนน้อม ความรักฉันพี่น้องที่ลึกซึ้งและการถวายตัวทั้งครบต่อการนำของพระจิตเจ้า” เมเรียมได้รับการประกาศเป็นบุญราศี โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อ ค.ศ. 1983 และสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงประกาศให้ท่านเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2015

นักบุญเมเรียมได้ชื่อว่า เป็นองค์อุปถัมภ์แห่งสันติภาพในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เธอได้รับการรักษาอย่างอัศจรรย์จากพระนางมารีย์พรหมจารี หลังจากถูกดาบฟันคอ เพราะเธอไม่ยอมทิ้งความเชื่อคาทอลิค เรื่องราวของนักบุญเมเรียมเป็นแบบอย่างแก่เราในหนทางการรักษาความเชื่อไว้ให้มั่นคง และยึดน้ำพระทัยของพระเจ้าเป็นที่ตั้ง

เมเรียม เบาอาร์ดี ปฏิญาณตนเป็นนักบวชในชื่อ เมเรียมแห่งพระเยซูผู้ถูกตรึงกางเขน เกิดที่เมืองอิบิลิน ประเทศปาเลสไตน์ บิดา คือ จิรีซ์ (จอร์จ) เบาอาร์ดี มารดาคือ เมเรียม ชาฮิน ถิ่นฐานเดิมของครอบครัวอยู่ที่เมืองดามัสกัส ประเทศซีเรีย นับถือนิกายคาทอลิกกรีก พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต เมื่อเธออายุได้เพียง 2 ขวบ ลุงนำเธอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม รักและเอาใจใส่ดูแลเธออย่างดี เมื่อเธออายุ 13 ปี ลุงย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ เมเรียมมีข้อผูกมัดต้องแต่งงานกับน้องชายของลุง เพราะเป็นธรรมเนียมในสมัยนั้น โดยที่เธอไม่ยินยอม เมเรียมรู้สึกหวาดหวั่นและเศร้าใจมาก เพราะเธอปรารถนาถวายตัวแด่พระเจ้าเพียงผู้เดียว คืนก่อนวันแต่งงานเธอนอนไม่หลับและสวดภาวนาขอพระเจ้าโปรดทรงช่วยเหลือ ในส่วนลึกของหัวใจ เธอได้ยินเสียงกล่าวกับเธอว่า “ทุกสิ่งจะผ่านไป ถ้าลูกปรารถนามอบดวงใจให้เรา เราจะอยู่กับลูก” เมเรียมรู้ว่าเป็นเสียงของพระเยซูเจ้า เธอใช้เวลาตลอดทั้งคืนนั้นสวดภาวนาจนกระทั่งรุ่งเช้า เธอได้ยินเสียงพูดกับเธอว่า “เมเรียม เราจะอยู่กับลูก จงติดตามการดลใจที่เราจะให้แก่ลูก” ภายหลังเมื่อเธอบอกกับลุงบุญธรรมว่าจะไม่แต่งงาน และยืนกรานว่าจะรักษาพรหมจารีไว้ ลูกโกรธจัดและลงโทษเธอให้เป็นคนรับใช้ต่ำต้อยที่สุดในบ้าน

 

“สตรีในชุดสีฟ้า”

 

เมเรียมรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างยิ่งเธอเริ่มปรึกาปัญหากับเพื่อนชายที่เป็นคนใช้ด้วยกัน เข้าชักชวนให้เธอเปลี่ยนศาสนาเพื่อตัดปัญหาทุกอย่าง เธอปฏิเสธและยืนยันความเชื่อในพระเยซูเจ้า ชายคนนั้นโกรธที่ถูกปฏิเสธจึงชักดาบออกมาฟันคอเธอ เมื่อคิดว่าเธอตายแล้ว เขาจึงทิ้งร่างอาบเลือดของเธอไว้ในบริเวณนั้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1858 ในวันฉลองแม่พระบังเกิด หลายปีต่อมา เมเรียมได้เล่าเรื่องนี้ให้กับนวกจารย์ของเธอที่เมืองมาร์ไซย์ ประเทศฝรั่งเศสได้รับทราบ

เธอเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่า “สตรีในชุดสีฟ้า” มาพยุงฉันขึ้นมา และรักษาแผลที่คอให้ ต่อมาฉันเห็นตัวเองอยู่ในสวรรค์กับแม่พระ บรรดาเทวดาและนักบุญ พวกเขาปฏิบัติต่อฉันดีมาก ๆ มีพ่อแม่ของฉันรวมอยู่ด้วย ฉันได้เห็นพระบัลลังก์อันรุ่งโรจน์ของพระตรีเอกภาพ และพระเยซูเจ้าในสภาพมนุษย์ ไม่มีดวงอาทิตย์ ไม่มีโคมไฟ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างดูสว่างเจิดจ้า มีบางคนพูดกับฉันว่า “เธอเป็นสาวพรหมจารี แต่หนังสือชีวิตของเธอยังไม่สิ้นสุด”

“สตรีในชุดสีฟ้า” บอกลำดับขั้นตอนชีวิตของเมเรียมว่า “เธอจะไม่ได้เห็นครอบครัวของเธออีกเลย เธอจะไปเป็นนักบวชที่ฝรั่งเศส เธอจะเป็นลูกของนักบุญโยเซฟก่อน แล้วค่อยเป็นลูกสาวของนักบุญเทเรซา เธอจะรับเสื้อของอารามคาร์แมลเป็นลำดับแรก และปฏิญาณถวายตัวเป็นลำดับที่สอง และเธอต้องตายที่กรุงเยรูซาเล็ม เป็นลำดับที่สาม” เมเรียมเชื่อว่า “สตรีในชุดสีฟ้า คือพระนางมารีย์พรหมจารี

แผลเป็นที่คอเมเรียม วัดความยาวได้ 10 เซนติเมตร (4นิ้ว) และกว้าง 1 เซนติเมตร แลเห็นเป็นแผลเป็นตลอดชีวิต แพทย์ผู้รักษาเธอในช่วงนั้นเปิดเผยว่า “แม้ผมไม่เชื่อในพระเจ้า แต่ผมคิดว่าต้องมีพระเจ้าแน่ เพราะในสายตามนุษย์แล้ว เธอไม่น่ารอดชีวิตได้เลย”

ชีวิตนักบวช

 

เมื่อเธออายุได้ 18 ปี เมเรียมเดินทางจากเลบานอนไปที่มาร์ไซย์ ประเทศฝรั่งเศส เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เธอเดินขึ้นไปที่มหาวิหารแม่พระ เดอ ลา การ์ด เพื่อร่วมมิสซา เธอเห็นมีผู้ชายจูงมือเด็กเล็ก ๆ ตามเธอมา ชายคนนั้นกล่าวแก่เธอว่า “ฉันรู้ว่าเธอต้องการเข้าอาราม ฉันจะไปส่งเธอจนกว่าเธอเข้าอารามแล้ว” เมเรียมเชื่อว่าชายแปลกหน้านั้นคือนักบุญโยเซฟ และรู้ว่าตนมีกระแสเรียกเป็นนักบวช ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเข้าคณะภคินีแห่งนักบุญโยเซฟ ซึ่งตั้งขึ้นโดยนักบุญเอมิลี เดอ วีอาลา

หลังจากนั้นไม่นานปรากฏการณ์ไม่ธรรมดาก็เกิดขึ้น เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังสวดในวัดน้อย พระเยซูเจ้าทรงปรากฏมาหาเธอ แสดงให้เห็นบาดแผลทั้งห้า และมงกุฎหนาม เธอได้ยินพระองค์ตรัสกับพระมารดาที่อยู่แทบพระบาทว่า “โอ มนุษย์เอย เจ้าช่างทำผิดต่อพระบิดาของเราใหญ่หลวงนัก” เมเรียมรีบเข้าไปวางมือของเธอบนบาดแผลของพระองค์ ร้องว่า “พระเจ้าข้า กรุณาให้ลูกรับทนทุกข์เหล่านี้เถิด โปรดสงสารบรรดาคนบาปด้วยเถิด” หลังจากนั้นเธอพบว่ามีเลือดไหลที่มือเธอ และเธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง การเผยแสดงเรื่องรอยแผลศักดิ์สิทธิ์อย่างเหนือธรรมชาตินี้ เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวันพุธเย็น จนถึงศุกร์เช้า

เมื่อถึงวันที่เมเรียมต้องเข้าเป็นผู้ฝึกหัดอย่างเป็นทางการในคณะนักบุญโยเซฟ เธอกลับถูกปฏิเสธ เธอเป็นทุกข์ใจมาก แต่ต่อมาเมื่อเธอเข้าในคณะคาร์แมลแห่งโป (The Camel of Pau) ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1867 เธอจึงหวนคิดถึงคำที่ “สตรีในชุดสีฟ้า” เคยกล่าวไว้ว่า “เธอจะเป็นลูกของนักบุญโยเซฟก่อน และค่อยมาเป็นลูกสาวของนักบุญเทเรซา”

ค.ศ. 1870 เธอได้ร่วมก่อตั้งอารามที่แบงกาลอร์ ประเทศอินเดีย และได้ปฏิญาณตนเป็นนักบวช ชื่อ เมเรียมแห่งพระเยซูเจ้าผู้ถูกตรึงกางเขน เธอมีประสบการณ์การเข้าฌานที่เข้มข้นหลายครั้ง ขณะที่สวดภาวนา เธอตัวลอยพ้นพื้นขึ้นไป และบ่อยครั้งเป็นเวลาที่เธอกำลังสวดสายประคำ

ตายอย่างศักดิ์สิทธิ์ในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์

 

ค.ศ. 1872 เมเรียมเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เธอคุมงานก่อสร้างอารามแห่งเบธเลเฮม และ ค.ศ. 1878 เมเรียมประสบอุบัติเหตุหกล้ม แขนซ้ายหัก และกลายเป็นแผลเรื้อรังติดเชื้อลุกลามไปถึงปอด และระบบทางเดินหายใจ แม้ต้องทนทรมานอย่างแสนสาหัส แต่เมเรียมยังวางแผนการสร้างอารามคาร์แมลแห่งใหม่ที่นาซาเร็ธ และเมื่อรู้ตัวว่าตนเองกำลังจะตาย เธอได้รื้อฟื้นคำปฏิญาณว่าจะเป็นสักการพลี ถวายความทุกข์ทรมาน เพื่อพระศาสนจักร และประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่พักพิงที่สองของเธอด้วย ในวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1878 เมเรียมเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก และสิ้นใจหลังพึมพำว่า “พระเยซูเจ้าของลูก….โปรดเมตตาเทอญ” และเช่นเดียวกับพระอาจารย์เจ้า เมเรียมสิ้นใจเมื่ออายุ 33 ปี

บนหลุมศพของเธอ มีข้อความจารึกว่า สถานที่แห่งสันติสุขของพระเจ้านี้ เป็นที่พักผ่อนของภคินีเมเรียมแห่งพระเยซูเจ้าผู้ถูกตรึงกางเขน เธอโดดเด่นในความสุภาพนบนอบ และความรักพระเยซูเจ้าคือความรักเดียวของเธอ 12 ปีในชีวิตนักบวช ที่เมืองเบธเลเฮม พระเยซูเจ้าทรงเรียกเธอกลับไปหาพระองค์ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1878 ด้วยวัยเพียง 33 ปี เฉกเช่นพระองค์

ขอให้เราร่วมในกันภาวนา วิงวอนผ่านท่านนักบุญเมเรียม
สำหรับพี่น้องคริสตชนในตะวันออกกลางของพวกเรา
เพื่อให้พวกเขามีกำลังใจที่มั่นคงเข้มแข็ง ในความเชื่อ
ท่ามกลางการเบียดเบียนที่เจ็บปวด และรุนแรง
ขอพระเจ้าโปรดให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปได้
ทั้งในปาเลสไตน์ ซีเรีย อียิปต์ เลบานอน อิรัก และทุก ๆ ประเทศในโลก
ที่พี่น้องคริสตชนต้องทนทุกข์ทรมานจากความขัดแย้งและการเบียดเบียน
นักบุญเมเรียมเป็นแบบอย่างของความเชื่อ และหวังที่ผลักดันให้ทุกคนกลับไปสู่องค์พระเยซูเจ้า
เธอยังเตือนใจเราทุกคนด้วยว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน
พระแม่มารีย์ประทับอยู่เคียงข้างเราเสมอ เพื่อรักษาบาดแผลของเรา

Related posts

Leave a Comment