นักบุญสาวโรงงาน บุญราศีเปียรีนา โมโรซินี – Blessed Pierina Morosini

นักบุญสาวโรงงาน บุญราศีเปียรีนา โมโรซินี
(Blessed Pierina Morosini)

บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 208 หน้า 6-8

 

เปียรีนา เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1931 เป็นลูกสาวคนโตในพี่น้อง 9 คน บิดามารดาชื่อ ร๊อกโกและซารา โนริส ในหมู่บ้านบนภูเขามูโต เมืองอัลบีโน ประเทศอิตาลี เนื่องจากบิดาสุขภาพไม่ดี ทำงานในฟาร์มไม่ได้ เขาจึงไปเป็นยามกะดึกให้กับโรงงานเซียมา ในเมืองอัลบีโน ส่งผลให้มารดาต้องอยู่กับลูก ๆ เพียงลำพังทุกคืน ด้วยความกลัวมารดาของเปียรีนาจึงมักนำลูก ๆ สวดภาวนาเสมอ สิ่งนี้ทำให้เปียรีนาสวดภาวนาอย่างดี แม้เมื่อยังเล็ก เธอไม่เคยเบื่อที่จะสวดภาวนา และไม่เคยบอกว่าการสวดภาวนานั้นยาวนานเกิน มารดาพาสวดทุกเช้าค่ำ ตั้งแต่เธอและน้อง ๆ ยังเล็ก ๆ เปียรีนาจึงเข้าใจเรื่องการสวดภาวนาด้วยใจ รวมทั้งการปฏิบัติกิจศรัทธา กิจเมตตาและการใช้โทษบาป

ทุกเช้า ครอบครัวของเธอเริ่มด้วยมิสซาเสมอ โดยมีมารดาคอยพาไป เธอได้เรียนในโรงเรียนของหมู่บ้าน และต่อที่โรงเรียนในเมืองของซิสเตอร์คณะพระหฤทัย เธอมีความฝันว่าจะเป็นครู และทุกคนต่างมั่นใจว่าหากเธอเรียนต่อ เธอจะต้องประสบผลสำเร็จแน่ ๆ เพราะเธอเป็นเด็กเรียนเก่ง เรียนรู้เร็ว แต่เพราะครอบครัวต้องการคนช่วยจุนเจือ และเธอเป็นพี่คนโต เธอจึงไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เมื่อจบชั้นประถมปลายแม้อยากเรียนแค่ไหน เธอก็ต้องช่วยเหลือครอบครัว

ดังนั้นในวัย 11 ปีมารดาจึงส่งเปียรีนาไปเรียนเย็บผ้าในเมือง นอกจากเรียนเย็บผ้าแล้ว เธอยังได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มกิจการคาทอลิก เธอเรียนเย็บผ้าอยู่ราว 2 ปี ในวัย 13 ปี เธอจึงกลับบ้านพร้อมความรู้สำหรับช่วยเหลือครอบครัว เมื่ออายุ 15 ปี เธอเข้าทำงานที่โรงงานสิ่งทอในเมือง เธอออกจากบ้านตั้งแต่เวลาตี 4 โดยมีมารดาคอยตามไปส่ง ทั้งคู่ร่วมกันสวดสายประคำ และเธอไปร่วมมิสซาที่วัดในเมือง เป็นเช่นนี้ทุกวัน ทุกคนที่พบเห็นรู้สึกแปลกใจเพราะเธอมักมาถึงเป็นคนแรก ๆ บางครั้งก่อนวัดเปิดด้วยซ้ำ เธอไปถึงที่ทำงานก่อน 6 โมงเช้าเสมอ

งานใหม่ของเธอกินเวลา 8 ชั่วโมงโดยมีเวลาพักประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น งานแรกของเธอคือ “เด็กฝึกงาน” ซึ่งมีหน้าที่จัดหากระสวยไปตามกี่ต่างๆ ไปจนถึงการเก็บด้ายเสียไปทิ้ง หลายครั้งเธอช่วยพวกคนงานโดยไม่ต้องถูกเรีย กเธอทราบถึงความต้องการของพวกเขา หลังจากนั้น เธอเลื่อนมาเป็น “พนักงาน” เธอทำงานอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมาก เธอเป็นคนอดทนทำงานมาก ชนิดที่คนอื่นไม่อาจเข้าใจว่าเธอทำงานมากเช่นนี้ได้อย่างไร เธอเป็นคนแรกที่ได้รางวัลการผลิตมากที่สุดเสมอ

เธอทำงานและอยู่ในการภาวนาเสมอ เธอไม่ค่อยพูดคุย บางครั้งถูกล้อเลียนว่า “โง่” เธอไม่เคยตอบโต้ใคร แม้ถูกล้อต่างต่างนานา เธอก็ไม่เคยโกรธ และเมื่อมีคนชมเธอ เธอตอบเพียงว่า “ฉันก็เหมือนคนอื่น ๆ แหละ” เธอไม่เคยตีโพยตีพาย เมื่องานที่ทำมีปัญหา เคยมีเพื่อนคนหนึ่งถามเธอว่า “เปียรีนา เธอไม่เหนื่อยกับงานที่นี่บ้างหรือ?” เธอตอบว่า

“เราต้องยกถวายทุกสิ่งแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อคนบาปผู้น่าสงสารทั้งหลาย”

ในเวลาพัก เธอไปที่วัดน้อยในเขตโรงงานเพื่อสวดภาวนาและอ่านหนังสือ โดยเรียกเพื่อนคนหนึ่งไปด้วย แต่ละวันของเธอจบลงด้วยการเดินเท้าไปตามทาง ลัดเลาะผ่านหุบเขา ซึ่งกินเวลาราว 3 ชั่วโมง ที่ไม่ใช่เพียงการพลีกรรมอย่างเดียว แต่เป็นเวลาสวดภาวนาและยกถวายความทุกข์ยากจากการเดินทางแด่พระเจ้า เพื่อนคนหนึ่งของเธอเล่าว่า “หลังจากแยกจากกลุ่มในโรงงานแล้ว เมื่อเรามาถึงหน้าสักการสถานแม่พระมหาทุกข์ เปียรีนาพูดขึ้นว่า “มาสวดสายประคำกันเถอะ” แต่พวกเรารู้ว่ามันน่าอาย เธอพูดว่า “ฉันจะสวดที่นี่” หลังจากนั้นเธอเริ่มทำสำคัญมหากางเขน และสวดวันทามารีย์อย่างช้า ๆ มีบางคนพูดกับเธอว่า “เธอที่น่าหัวเราะมากเลยนะ เปียรีนา” แต่ไม่มีประโยชน์อะไรใช้ยังคงสวดต่อไป

หลังจากส่งเพื่อนเรียบร้อยแล้ว คำภาวนาของเธอยิ่งทวีความร้อนรนมากขึ้น ความรักต่อพระเยซูเจ้าเรียกร้องให้เธอสละบางสิ่งเพื่อพระองค์และเพื่อคนบาป เช่น เพื่อนของเธอต่างสังเกตว่าเธอไม่เคยใส่ถุงเท้ายาวแต่กลับใส่ไว้ในกระเป๋า ทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูหนาว เธอไม่ได้ทำเพราะเสียดายของ แต่เป็นการพลีกรรมใช้โทษบาป “ทำไมเธอไม่ใช้มันล่ะ” ทุกครั้งที่ทำเช่นนี้เพื่อนของเธอก็ได้รับคำตอบอย่างสุภาพว่า “ก็ฉันไม่หนาวนี่” และเธอก็มักให้เพื่อนยืมผ้าพันคอเสมอ

การกลับมาที่บ้านคือความสุขของครอบครัว เธอรับผิดชอบงานบ้านอย่างดี โดยเฉพาะงานซ่อมเสื้อผ้า เธอทำทุกอย่างตั้งแต่อายุ 11 ปี หลายครั้งเธอชอบช่วยซ่อมแซมเสื้อผ้าของคนยากจนและคนป่วย เธอสวดภาวนาอยู่ตลอดเวลา จนเป็นปกติที่น้อง ๆ จะได้ยินเธอกล่าวซ้ำ ๆ ว่า “ข้าแต่พระเยซูเจ้าและพระแม่มารีย์ ลูกรักพระองค์ โปรดรักษาวิญญาณของลูกเถิด” เมื่อน้อง ๆ นั่งล้อมเธอระหว่างทำงาน นอกจากนำสวดแล้วเธอมากเล่าเรื่องราวของพระเยซูเจ้าหรือไม่ก็นักบุญให้พวกเขาฟัง โดยเฉพาะประวัติของนักบุญมารีอา กอแรตตี ซึ่งเป็นหนังสือเล่มโปรดของเธอ เธออ่านซ้ำหลายหนแต่ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังอ่านประวัติของนักบุญอีกหลายองค์

ในวันอาทิตย์ เธอไปร่วมมิสซาและเฝ้าศีลเป็นเวลานาน ในตอนบ่าย เธอสอนคำสอนบรรดาเด็กหญิง เธอสอนเด็กเล็ก ๆ ด้วยความอบอุ่น โดยใช้หนังสือที่มีภาพประกอบสีสันสดใสที่เธอซื้อเองเพื่อนำมาอ่านให้เด็ก ๆ ฟัง
ในโอกาส สถาปนา บุญราศีมารีอา กอแรตตี เป็นบุญราศี มารดาเห็นว่าเธออยากไปแสวงบุญครั้งนี้ จึงปรึกษาบิดาและตัดสินใจออกเงินค่าใช้จ่ายให้เป็นของขวัญแก่เธอ ดังนั้นระหว่างวันที่ 25-30 เมษายน ค.ศ. 1947 เธอจึงออกเดินทางไปโรมเป็นครั้งแรก เธอได้มีโอกาสชมวิหารและสถานที่ต่าง ๆ ระหว่างที่อยู่โรมนั้น เธอแสดงชัดถึงความตั้งใจที่จะเลียนแบบนักบุญ หลังพิธีสถาปนา เธอพูดกับเพื่อนว่า “ฉันอยากเป็นเหมือน มารีอา กอแรตตี” แม้เธอไม่ได้เข้าอารามเป็นนักบวชตามที่หวัง แต่เธอก็เจริญชีวิตเด่นชัดเหมือนนักบวชโดยแท้ โดยเฉพาะการสวดภาวนาและการทำงานเธอไม่แยก 2 สิ่งนี้ว่าเวลานี้คือเวลาภาวนา เวลานี้คือเวลาทำงาน แต่เธอรวม 2 เวลานี้ไว้ด้วยกัน คือทำงานและสวดไปด้วย ดังนั้นความสนิทสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพระเป็นเจ้าจึงเป็นปัจจุบันเสมอ

เหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติจนกระทั่งวันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1957 หลังจากเลิกงานกะเช้าเวลาบ่าย 2 โมงครึ่ง เธอเข้าไปสวดในวัดน้อยแม่พระมหาทุกข์ และเดินกลับบ้านแต่กลับไม่ถึงบ้าน น้องชายจึงออกตามหาเธอแล้วพบเธอนอนสลบอยู่ข้างทาง เธอนอนหายใจรวยรินใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด เขารีบไปตามคนอื่นมา เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1957 เธอสิ้นใจอย่างสงบ ในวัย 25 ปี ด้วยการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบหินที่ชุ่มด้วยเลือดที่คนร้ายใช้ทำร้ายเธอ หลังพยายามขืนใจเธอแต่เธอไม่ยอม

ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1987 เธอได้รับการประกาศเป็นบุญราศี โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2

“จำเป็นต้องอธิษฐานอยู่เสมอโดยไม่ท้อถอย” ลูกา 18:1 บุญราศีเปียรีนาสอนเรา ไม่ให้ละทิ้งการสวดภาวนาและทุกเวลาเป็นการสวดภาวนาได้ ไม่ว่าอาชีพใดทุกคนทำได้ เพราะเธอเป็นเพียงสาวโรงงานที่ต้องนั่งทำงาน 8 ชั่วโมง แต่เธอก็ทำทุกเวลาเป็นการสวดภาวนาอยู่เสมอ เธอตระหนักดีว่าการสวดภาวนาคือการยกจิตใจขึ้นหาพระ เป็นสิ่งเสริมกำลังในการดำเนินชีวิตคริสตชนที่ขาดการภาวนาก็ไม่ใช่คริสตชน ดังที่นักบุญปีโอกล่าวว่า “การอธิษฐานภาวนา คือออกซิเจนของจิตวิญญาณ”

Related posts

Leave a Comment