พระนางมารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา

พระนางมารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา

จากหนังสือ พระเมตตาในคำสั่งสอนของบรรดาพระสันตะปาปา (Mercy in the teachings of the Popes)
บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 207 หน้า 2-4

ความรักเมตตาของพระเจ้าแสดงออกอย่างเต็มเปี่ยมบนไม้กางเขน และจากกางเขนนี้ พลังแห่งการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพได้แผ่ขยายไปสู่โลกโดยอาศัยพระจิตเจ้า ประวัติศาสตร์ทั้งมวลของมนุษยชาติได้รับชีวิตจากต้นธารนี้คือพระแม่มารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา ผู้ทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ของชีวิตใหม่ที่ได้รับจากความรักของพระเจ้า นั่นก็คือพระศาสนจักร บรรดาประชากรคริสตชน ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของพระแม่มารีย์ ขอขอบพระคุณพระเจ้าที่โปรดประทานพละกำลังลงมายังพระ ศาสนจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยอาศัยศีลศักดิ์สิทธิ์ ประชากรได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ โดยอาศัยพระภารกิจของพระบุตรพระเจ้า และได้รับการเปลี่ยนแปลงด้วยพระเมตตากรุณา

พระแม่มารีย์ได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้ทรงแจกจ่ายพระเมตตาของพระองค์


สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6

“แม้แต่บาปหนักของมนุษย์ที่เรียกร้องความยุติธรรม การลงโทษที่เหมาะสมและเป็นธรรมของพระเจ้า เราก็ต้องไม่ลืมว่า “พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาแห่งพระเมตตา และพระเจ้าแห่งความบรรเทาใจทั้งปวง” และพระองค์ทรงแต่งตั้งพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ให้ทรงเป็นผู้รับใช้แจกจ่ายพระพรแห่งพระเมตตาของพระองค์อย่างกว้างขวาง
ขอพระแม่ผู้ทรงมีประสบการณ์ถึงความทุกข์ยากของชีวิตบนโลกมนุษย์ ความเหนื่อยล้าของงานประจำวัน ความลำเค็ญและความยากลำบากของความยากจน รวมทั้งความเศร้าโศกบนเขากัลวารีโอ ขอพระแม่โปรดเสด็จมาช่วยเหลือพระศาสนจักรและมนุษยชาติด้วยเทอญ”

พระนางมารีย์ทรงมีประสบการณ์พระเมตตา และทรงทำงานกระจายพระเมตตานี้
ณ เชิงกางเขน และในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้น


สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2

“พระนางมารีย์คือผู้ที่ได้รับพระเมตตาในลักษณะพิเศษและเฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่มีผู้ใดเคยได้รับมาก่อน ขณะเดียวกันแม้ทรงได้รับในลักษณะพิเศษ แต่พระนางก็ยังคงบูชาถวายดวงพระทัยของ พระนางร่วมในการแสดงพระเมตตาของพระเจ้า การบูชาถวายนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับกางเขนของพระบุตร ณ เชิงกางเขน บนเขากัลป์วารีโอ ซึ่งพระนางประทับยืนอยู่ การบูชาถวายของพระนางเป็นการร่วมในการเผยแสดงพระเมตตา และร่วมในความซื่อสัตย์สูงสุดของพระเจ้าต่อความรักของพระองค์เอง ต่อพันธสัญญา ซึ่งพระองค์ทรงกระทำนับแต่นิรันดรกาล และพระองค์ทรงเข้าสู่กาลเวลากับมนุษย์ กับประชากร และกับมนุษยชาติ เป็นการร่วมในการการเผยแสดงครบบริบูรณ์โดยอาศัยไม้กางเขน ไม่มีใครเคยได้รับประสบการณ์ในระดับเช่นนี้ เหมือนพระมารดาของพระผู้ทรงถูกตรึงกางเขน เป็นธรรมล้ำลึกแห่งกางเขน เป็นการพบปะระหว่างความยุติธรรมของพระเจ้ากับความรัก ซึ่งเป็น “รอยจูบ” ที่พระเมตตามอบให้แก่ความยุติธรรม”

พระนางมารีย์เป็นภาพสะท้อนพระเมตตาของพระเจ้า ในสารแห่งพระเมตตา
ตลอดพระชนมชีพของพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2


พระคาร์ดินัลรัตซิงเกอร์ (พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16)

“พระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงค้นพบพระเมตตาของพระเจ้า ในภาพสะท้อนอันบริสุทธิ์ของพระเมตตาในพระมารดาของพระเจ้า พระสันตะปาปาผู้ทรงสูญเสียมารดาตั้งแต่ยังทรงเพระเยาว์ จึงทรงรักพระมารดาของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น พระองค์ทรงได้ยินพระวาจาของพระเยซูเจ้าบนกางเขน ตรัสส่วนตัวกับพระองค์ว่า “นี่คือมารดาของท่าน” และพระสันตะปาปาทรงทำแบบเดียวกับศิษย์ที่พระเยซูเจ้าทรงรักคือ “นำพระนางไปที่บ้าน” (ยน 19:27) Totus tuus และจากพระมารดานี้เองที่พระองค์ทรงเรียนรู้ที่จะเป็นเหมือนองค์พระคริสตเจ้า”
(บทเทศน์ในพิธีปลงพระศพพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2)

พระนางมารีย์ทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องพระเมตตา
และพระทัยของพระนางสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกับพระทัยของพระคริสต์


สมด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส

ตลอดชีวิตของพระนางมารีย์ได้รับการหล่อหลอมด้วยการประทับอยู่ของพระเมตตา ที่ทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ พระมารดาของพระผู้ถูกตรึงกางเขนและเสด็จกลับคืนพระชนมชีพ ทรงเข้าสู่สักการสถานแห่งพระเมตตาของพระเจ้า เพราะพระนางทรงร่วมในธรรมล้ำลึกแห่งความรักของพระองค์อย่างใกล้ชิด
พระนางมารีย์ ผู้ได้รับเลือกให้เป็นพระมารดาของพระบุตรพระเจ้า ทรงได้รับการเตรียมจากความรักของพระเจ้า ให้เป็นหีบพันธสัญญาระหว่างพระเจ้าและมนุษย์ พระนางทรงเก็บรักษาพระเมตตาไว้ในพระทัยของพระนาง ในความเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์กับพระเยซูเจ้าพระบุตรของพระนาง
ณ เชิงกางเขน พระนางมารีย์ พร้อมกับยอห์นศิษย์ที่รัก ทรงเป็นพยานถึงพระวาจาแห่งการ ให้อภัยที่พระเยซูเจ้าตรัส ประโยคสูงสุดแห่งพระเมตตาที่ตรัสแก่ผู้ที่ตรึงกางเขนพระองค์ แสดงให้เราเห็นว่าพระเมตตาของพะเจ้ามีมากมายเพียงใด พระนางมารีย์ทรงยืนยันว่าพระเมตตาของพระบุตรพระเจ้าไร้ซึ่งขอบเขต และขยายไปสู่ทุกคนโดยไม่ยกเว้นผู้ใดเลย ให้เราวอนขอพระนางด้วยคำภาวนาในบทวันทา พระราชินี SalveRegina ซึ่งเป็นบทภาวนาเก่าแก่และยังคงใหม่เสมอ เพราะพระนางไม่ทรง เหนื่อยหน่ายที่จะทอดพระเนตรอันเปี่ยมด้วยเมตตามายังเรา และทำให้เราเป็นผู้สมควรที่จะพิศเพ่ง พระพักตร์แห่งพระเมตตาของพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระนาง

Related posts

Leave a Comment