ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับพระนางมารีย์

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับพระนางมารีย์

นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 206 – หน้า 6-7

จริงหรือไม่ที่ชาวคาทอลิกสวดขอต่อพระนางพรหมจารีมารีย์โดยตรง
มากกว่าที่จะสวดวอนขอพระเจ้าผ่านทางพระนาง?

พระศาสนจักรคาทอลิกบอกอย่างชัดแจ้งว่า เราไม่ได้สวดวอนขอต่อพระนางมารีย์ พระนางมิได้เป็นพระเจ้า เราสวดขอต่อพระเจ้าผ่าน ทางพระนางให้ช่วยรับรอง มากกว่าจะเป็นทนายความว่าคดีให้ บรรดา นักเขียนผู้ศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เข้าใจว่า การภาวนาต่อพระแม่เหมือนการ ภาวนาหาพระเยซูเจ้าเอง เพราะท่านทั้งสองสัมพันธ์สนิทสัมพันธ์แนบแน่น เป็นหนึ่งเดียว การภาวนาผ่านพระนางไม่จำเป็นหรือถูกจำกัดด้วย บทสวดมากมายหรือการรำพึงเป็นเวลานาน เพียงสวดต่อพระนางอย่างซื่อ ๆ เรียบง่าย พระนางก็ทรงตอบสนองคำภาวนา นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายท่านปฏิบัติเช่นนี้ พระศาสนจักรแนะนำให้ผู้เลื่อมใสศรัทธามีสายประคำติดตัวตลอดเวลาอีกด้วย

เพราะเหตุใดในบทเร้าวิงวอนพระแม่มารีย์ จึงมีการเอ่ยพระนามของพระนางว่า “หีบพันธสัญญา”?

พระศาสนจักรให้เกียรติและยกย่องพระนางมารีย์อย่างสูงยิ่ง โมเสสเป็นผู้สร้างหีบพันธสัญญาเพื่อจารึกคำสั่งสอนตามพระบัญชาของพระเจ้าบนภูเขาซีนาย หีบพันธสัญญาบรรจุแผ่นพระบัญญัติ 10 ประการ ได้รับการเก็บรักษาอย่างดีในพลับพลา ซึ่งชาวยิวนำไปด้วยทุกแห่งในถิ่นทุรกันดาร จนในที่สุดสูญหายหรือถูกทำลายไป มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม (ดูเพิ่มเติมในหนังสืออพยพและหนังสือเล่มอื่น ๆ) พระนางมารีย์ทรงได้รับการยกย่องเชิดชูสูงยิ่งในธรรมประเพณีคาทอลิก ตามข้อเท็จจริงแล้ว นักเขียนบางท่านเชื่อมั่นว่าด้วยบทบาทของพระนาง รวมทั้งสมญาหีบแห่งพันธสัญญา พระนางเป็นผู้สำคัญยิ่งที่ช่วยให้มนุษย์ หันกลับมาหาพระเจ้าในที่สุด หลายคนเชื่อว่าการประจักษ์มาของพระนาง ให้ชาวโลกได้เห็นบ่อยครั้ง เป็นสิ่งสนับสนุนเรื่องนี้อย่างดี

ชื่อที่พระศาสนจักรคาทอลิกนำมาใช้เรียกขานพระนามของพระนางมารีย์พรหมจารี

“เอวาใหม่” เอวาคนแรกถูกงูล่อลวงในสวนเอเดน เมื่อเริ่มต้นหนังสือปฐมกาล พระนางมารีย์พรหมจารีตอบรับอัครเทวดาคาเบรียล โดยยินดีรับเป็นมารดาของพระเจ้า รับบทบาทหน้าที่พิเศษด้วยความรับผิดชอบ เพื่อมนุษยชาติ เราคงเคยเห็นภาพวาดหรือรูปปั้นของพระนางมารีย์ ที่มีพระบาทเหยียบขยี้หัวงู พระนางมารีย์พรหมจารีได้รับการเทิดเกียรติ ยกย่องสูงกว่าบรรดานักบุญทั้งหลาย พระนางสูงกว่าแม้กับบรรดาเหล่าเทวดา ตำแหน่งพิเศษยิ่งนี้นับเป็นเกียรติสูงส่งเฉพาะที่ชาวคาทอลิก มอบให้พระนาง

ชื่อที่ไม่ถูกนำมาใช้เรียกขานพระนามของพระนางมารีย์พรหมจารีในบทเร้าวิงวอนของพระศาสนจักรคาทอลิก

“ผู้ปกปักรักษาผู้ยากไร้” ชื่อนี้ไม่มีปรากฏในบทเร้าวิงวอน แม้จะเหมาะกับภาพลักษณ์ของพระนาง พระนางน้อมรับอย่างเต็มใจด้วยใจรักในความยากจน อยู่ในคอกสัตว์เพื่อให้กำเนิดพระบุตรพระเยซู ไม่มีหลักฐานใดในพระคัมภีร์ที่พระนางมีฐานะสูงกว่าการเป็นคู่ชีวิต และหญิงม่ายของช่างไม้จน ๆ ที่ชื่อโยเซฟ การประจักษ์มาแต่ละครั้งของพระนาง เเน้นให้เห็นชัดว่าทรงประจักษ์มาแก่ผู้ยากจน และเด็กยากไร้ เราอาจคิดว่าพระนางมารีย์ไม่สนใจคนร่ำรวยและทรงอำนาจ แต่แท้จริงแล้ว ในสภาพแวดล้อมที่พระนางใช้ชีวิตนั้น ไม่มีกลุ่มคนประเภทนี้ให้เห็นมากนัก พระศาสนจักรให้ภาพพระนางมารีย์เป็นบุคคลเพื่อทุกคน

พระนางมารีย์พรหมจารีเกิดมาในศาสนาใด?

ในศาสนายิว (หรือยูดาย) พระนางบังเกิดมาในครอบครัวชาวยิวที่ศรัทธาเลื่อมใส ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่บอกเล่าอย่างพิเศษ ถึงการที่พระนางถือธรรมเนียมชาวยิวอย่างเคร่งครัด โดยการถวายบุตรที่พระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มตามธรรมบัญญัติ (ลก 2:22-38) ลูกา 2:39 กล่าวว่า “และเมื่อพวกเขาได้ทำตามบทบัญญัติอย่างครบถ้วนแล้ว ก็กลับไปกาลิลี ยังเมืองนาซาเร็ธ” พระนางมารีย์ เช่นเดียวกับสตรีในยุคสมัยพระนาง จะหมั่นศึกษาพระคัมภีร์ชาวฮีบรูอย่างแข็งขัน พระนางก็คงสอนพระคัมภีร์ฮีบรูแก่พระบุตรของพระนาง

ชาวคาทอลิกเชื่อว่าพระนางพรหมจารีได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ
หลังจากสิ้นชีพ พระสันตปาปาทรงประกาศข้อความเชื่อเรื่องนี้เมื่อปี ค.ศ. ใด?

ในปี ค.ศ.1950 โดยพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 12 ทรงประกาศข้อความเชื่อเรื่องการได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนางพรหมจารีมารีย์ พระศาสนจักรประกาศให้เป็นวันสมโภชในวันที่ 15 สิงหาคม พระสันตะปาปาไม่กล่าวถึงเรื่องข้อความเชื่อนี้เท่าใดนัก เพราะค่อนข้างชัดเจนและถือเป็นเรื่องสำคัญที่รับรู้โดยทั่วไปอยู่แล้ว

ตามคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก พระนางพรหมจารีมารีย์ทรงมีพระชนมายุกี่พรรษาเมื่อสิ้นพระชนม์?

ไม่มีใครทราบ…พระนางสิ้นพระชนม์แน่นอน และพระศาสนจักร ประกาศข้อความเชื่อเรื่องการรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงที่ว่าพระนางทรงปฏิสนธินิรมล และเพราะด้วยบทบาทของพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ พระบุตรของพระนางทรงพระชนม์อยู่ 33 พรรษา ดังนั้น พระนางคงมีพระชนมายุอย่างน้อย 40 หรือ 50 พรรษาเป็นอย่างน้อย ซึ่งไม่มีใครรู้แน่นอน การประจักษ์มาบ่อยครั้งของพระนางแสดงให้รู้ว่า พระนางยังทรงพระชนม์มายุไม่มากนัก

 

Related posts

Leave a Comment