พระมารดาแห่งอเมริกา

พระมารดาแห่งอเมริกา นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 205 – หน้า 2-5 สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกาเปิดเผยและยอมรับอย่างเป็นทางการว่า พระเยซูเจ้านักบุญโยเซฟ อัครเทวดาคาเบรียล อัครเทวดามีคาแอล และพระนางมารีย์ “พระมารดาแห่งอเมริกา” ได้ประจักษ์มาแก่ ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม (Mildred Neuzil) ภคินีคณะพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ในระหว่างปี ค.ศ. 1933-1979 ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม ได้จากโลกนี้ไปในวัย 83 ปี เมื่อวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 2000 พระนางมารีย์มีพระประสงค์ให้ซิสเตอร์วาดภาพพระนาง ภายใต้พระนาม “พระมารดาแห่งอเมริกา” และให้สร้างรูปปั้นตามแบบภาพนั้น เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ สักการสถาน พระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมลเมืองวอชิงตัน ดีซี เพื่อถวายเกียรติแด่พระนางในฐานะ “พระมารดาแห่งอเมริกา” พระนางตรัสว่าหากเรื่องนี้สำเร็จ สหรัฐอเมริกากลับใจหันมาสู่เส้นทางแห่งศีลธรรมและสักการสถานนี้จะกลายเป็นสถานที่แห่งความ “มหัศจรรย์” Monsignor Paul F. Leibold พระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลซินซินนาติ (Cincinnati) ได้อนุมัติอย่างเป็นทางการให้ออกแบบเหรียญ “พระมารดาแห่งอเมริกา” และยังอนุมัติให้จัดพิมพ์เอกสารประกอบอธิบายเรื่อยราวของเหรียญนี้ เพื่อส่งเสริมความศรัทธาภักดีต่อพระมารดาแห่งอเมริกา ค่าใช้จ่ายในการจัดทำเหรียญและพิมพ์เอกสารนั้น อัครสังฆมณฑลแห่งซินซินนาติเป็นผู้รับผิดชอบ ก่อนที่พระอัครสังฆราชจะเสียชีวิต พระคุณเจ้าได้อนุมัติการพิมพ์ข้อความเปิดเผยการประจักษ์ของพระนางมารีย์แก่ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม ทั้งนี้เนื่องจากท่านได้ทำหน้าที่เป็นวิญญาณรักษ์ของซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม มาเป็นเวลาหลายปี วันที่ 25 กันยายน 1956 คืนวันฉลองมรณสักขีแห่งอเมริกาเหนือ พระนางมารีย์ประจักษ์มาแก่ซิสเตอร์เอเฟรม ตรัสว่า “ลูกจงบอกบรรดาพระสังฆราชแห่งสหรัฐอเมริกา บุตรชายผู้ซื่อสัตย์ของแม่ถึงความปรารถนาของแม่ ที่ต้องการให้พวกเขาแสดงความศรัทธาภักดีต่อแม่” พระแม่มารีย์มีผ้าสีขาวยาวเกือบถึงเอวคลุมพระเศียร และทรงสวมเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปลายของเสื้อคลุมถูกกลัดไว้ที่ด้านบนด้วยเครื่องประดับทองคำ เช่นเดียวกับมงกุฎทองคำที่ประดับพระเศียรพระเกศาและพระเนตรของพระนางเป็นสีน้ำตาล ซิสเตอร์แมรี่กล่าวว่า ณ ที่ประทับยืนอยู่นั้น พระบาทของพระนางมารีย์เปลือยเปล่าแต่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะถูกปกคลุมด้วยเมฆ บ่อยครั้งที่พระนางทรงแย้มพระสรวล และทรงเผยดวงหทัยที่ล้อมรอบด้วยดอกกุหลาบเพลิงโชติช่วง พระนางมารีย์ตรัสว่า “เราคือพระมารดาแห่งอเมริกา แม่ปรารถนาให้ลูก ๆ ถวายเกียรติแด่แม่…

Read More

นักบุญกาเตรี ดอกลิลลี่แห่งโมฮอก

นักบุญกาเตรี ดอกลิลลี่แห่งโมฮอก นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 206 – หน้า 15-17 นักบุญกาเตรี ดอกลิลลี่แห่งโมฮอก วันที่ 21 ตุลาคม 2012 สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงประกาศแต่งตั้งสตรีอเมริกันพื้นเมืองนาม กาเตรี เตกาวิทา (Kateri Tekakwitha) เป็นนักบุญในสารบบของพระศาสนจักรคาทอลิก ในขณะที่มีการประกาศข่าวการสถาปนาบุญราศีกาเตรีให้เป็นนักบุญ สมเด็จพระสันตะปาปายังทรงประกาศแต่งตั้งพระคาร์ดินัลองค์ใหม่อีกหลายท่าน และภารกิจแรกอย่างเป็นทางการของบรรดาพระคาร์ดินัล คือการเขียนความคิดเห็นของพวกท่านต่อการสถาปนานักบุญใหม่ทั้ง 7 ซึ่งรวมถึงนักบุญกาเตรีด้วย พระคาร์ดินัลโทมัส ซี คอลลิน แห่งโตรอนโตและออนทาริโอ กล่าวว่า “พ่อดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ภารกิจแรกในฐานะพระคาร์ดินัล คือการเข้าร่วมพิธีสถาปนานักบุญกาเตรี ท่านคือแรงบันดาลใจสำหรับพวกเราในแคนาดา และสหรัฐอเมริกา” สตรีชาวโมฮอก เมืองฟอนดา รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นเมืองเล็ก ๆ ห่างจากเมืองอัลบาเนีย ประมาณ 50 นาทีโดยทางรถ เมืองนี้ไม่มีสนามบินหรือท่าเรือ และไม่มีแม้แต่สถานีรถไฟ กล่าวกันว่าชื่อเมืองนี้เกี่ยวข้องกับนักแสดงที่มีชื่อเสียงคือ เจน และเฮนรี่ ฟอนดา สถานที่พิเศษหนึ่งเดียวในแถบนี้ คือสักการะสถานที่อุทิศแด่เยาวนารีชาวอินเดียนแดง ที่มีนามว่ากาเตรี เตกาวิทา เธอเกิดในปี 1656 เป็นบุตรีของหัวหน้าเผ่าโมฮอก ไข้ทรพิษได้พรากมารดาของเธอไป เมื่อเธออายุได้ 4 ปี และตัวเธอเองก็ติดโรคร้ายนี้ ซึ่งได้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้าของเธอ และส่งผลต่อการมองเห็นของเธอด้วย ลุงและป้ารับการอุปการะเธอ เมื่อายุ 20 ปีเธอได้รับศีลล้างบาปเป็นคาทอลิกภายในวัดน้อย ซึ่งปัจจุบันคือสักการะสถานที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เธอ นอกจากแบบอย่างชีวิตคริสตชนที่เรียบง่ายของเธอแล้ว สักการะสถานแห่งนี้ยังเป็นผืนดินศักดิ์สิทธิ์ ที่บรรดาผู้แสวงบุญสัมผัสได้ถึงความสงบเงียบ และการเยียวยารักษา สถานที่เงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่กลางป่าและลำธารที่รู้จักกันในชื่อ The Cayadutta ผู้คนจากอเมริกา แคนาดา และแม้แต่ออสเตรเลียเดินทางมาจาริก เพื่อค้นพบแรงบันดาลใจจากนักบุญกาเตรี พวกเขาแสวงหาความศักดิ์สิทธิ์ และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเยซูเจ้า เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของนักบุญ ผู้จาริกมักเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และวัดน้อยที่มีอายุกว่า 230 ปี…

Read More

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับพระนางมารีย์

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับพระนางมารีย์ นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 206 – หน้า 6-7 จริงหรือไม่ที่ชาวคาทอลิกสวดขอต่อพระนางพรหมจารีมารีย์โดยตรง มากกว่าที่จะสวดวอนขอพระเจ้าผ่านทางพระนาง? พระศาสนจักรคาทอลิกบอกอย่างชัดแจ้งว่า เราไม่ได้สวดวอนขอต่อพระนางมารีย์ พระนางมิได้เป็นพระเจ้า เราสวดขอต่อพระเจ้าผ่าน ทางพระนางให้ช่วยรับรอง มากกว่าจะเป็นทนายความว่าคดีให้ บรรดา นักเขียนผู้ศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เข้าใจว่า การภาวนาต่อพระแม่เหมือนการ ภาวนาหาพระเยซูเจ้าเอง เพราะท่านทั้งสองสัมพันธ์สนิทสัมพันธ์แนบแน่น เป็นหนึ่งเดียว การภาวนาผ่านพระนางไม่จำเป็นหรือถูกจำกัดด้วย บทสวดมากมายหรือการรำพึงเป็นเวลานาน เพียงสวดต่อพระนางอย่างซื่อ ๆ เรียบง่าย พระนางก็ทรงตอบสนองคำภาวนา นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายท่านปฏิบัติเช่นนี้ พระศาสนจักรแนะนำให้ผู้เลื่อมใสศรัทธามีสายประคำติดตัวตลอดเวลาอีกด้วย เพราะเหตุใดในบทเร้าวิงวอนพระแม่มารีย์ จึงมีการเอ่ยพระนามของพระนางว่า “หีบพันธสัญญา”? พระศาสนจักรให้เกียรติและยกย่องพระนางมารีย์อย่างสูงยิ่ง โมเสสเป็นผู้สร้างหีบพันธสัญญาเพื่อจารึกคำสั่งสอนตามพระบัญชาของพระเจ้าบนภูเขาซีนาย หีบพันธสัญญาบรรจุแผ่นพระบัญญัติ 10 ประการ ได้รับการเก็บรักษาอย่างดีในพลับพลา ซึ่งชาวยิวนำไปด้วยทุกแห่งในถิ่นทุรกันดาร จนในที่สุดสูญหายหรือถูกทำลายไป มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม (ดูเพิ่มเติมในหนังสืออพยพและหนังสือเล่มอื่น ๆ) พระนางมารีย์ทรงได้รับการยกย่องเชิดชูสูงยิ่งในธรรมประเพณีคาทอลิก ตามข้อเท็จจริงแล้ว นักเขียนบางท่านเชื่อมั่นว่าด้วยบทบาทของพระนาง รวมทั้งสมญาหีบแห่งพันธสัญญา พระนางเป็นผู้สำคัญยิ่งที่ช่วยให้มนุษย์ หันกลับมาหาพระเจ้าในที่สุด หลายคนเชื่อว่าการประจักษ์มาของพระนาง ให้ชาวโลกได้เห็นบ่อยครั้ง เป็นสิ่งสนับสนุนเรื่องนี้อย่างดี ชื่อที่พระศาสนจักรคาทอลิกนำมาใช้เรียกขานพระนามของพระนางมารีย์พรหมจารี “เอวาใหม่” เอวาคนแรกถูกงูล่อลวงในสวนเอเดน เมื่อเริ่มต้นหนังสือปฐมกาล พระนางมารีย์พรหมจารีตอบรับอัครเทวดาคาเบรียล โดยยินดีรับเป็นมารดาของพระเจ้า รับบทบาทหน้าที่พิเศษด้วยความรับผิดชอบ เพื่อมนุษยชาติ เราคงเคยเห็นภาพวาดหรือรูปปั้นของพระนางมารีย์ ที่มีพระบาทเหยียบขยี้หัวงู พระนางมารีย์พรหมจารีได้รับการเทิดเกียรติ ยกย่องสูงกว่าบรรดานักบุญทั้งหลาย พระนางสูงกว่าแม้กับบรรดาเหล่าเทวดา ตำแหน่งพิเศษยิ่งนี้นับเป็นเกียรติสูงส่งเฉพาะที่ชาวคาทอลิก มอบให้พระนาง ชื่อที่ไม่ถูกนำมาใช้เรียกขานพระนามของพระนางมารีย์พรหมจารีในบทเร้าวิงวอนของพระศาสนจักรคาทอลิก “ผู้ปกปักรักษาผู้ยากไร้” ชื่อนี้ไม่มีปรากฏในบทเร้าวิงวอน แม้จะเหมาะกับภาพลักษณ์ของพระนาง พระนางน้อมรับอย่างเต็มใจด้วยใจรักในความยากจน อยู่ในคอกสัตว์เพื่อให้กำเนิดพระบุตรพระเยซู ไม่มีหลักฐานใดในพระคัมภีร์ที่พระนางมีฐานะสูงกว่าการเป็นคู่ชีวิต และหญิงม่ายของช่างไม้จน ๆ ที่ชื่อโยเซฟ การประจักษ์มาแต่ละครั้งของพระนาง เเน้นให้เห็นชัดว่าทรงประจักษ์มาแก่ผู้ยากจน และเด็กยากไร้ เราอาจคิดว่าพระนางมารีย์ไม่สนใจคนร่ำรวยและทรงอำนาจ แต่แท้จริงแล้ว ในสภาพแวดล้อมที่พระนางใช้ชีวิตนั้น ไม่มีกลุ่มคนประเภทนี้ให้เห็นมากนัก พระศาสนจักรให้ภาพพระนางมารีย์เป็นบุคคลเพื่อทุกคน พระนางมารีย์พรหมจารีเกิดมาในศาสนาใด? ในศาสนายิว (หรือยูดาย) พระนางบังเกิดมาในครอบครัวชาวยิวที่ศรัทธาเลื่อมใส ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่บอกเล่าอย่างพิเศษ…

Read More

พระนางมารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา

พระนางมารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา จากหนังสือ พระเมตตาในคำสั่งสอนของบรรดาพระสันตะปาปา (Mercy in the teachings of the Popes) บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 207 หน้า 2-4 ความรักเมตตาของพระเจ้าแสดงออกอย่างเต็มเปี่ยมบนไม้กางเขน และจากกางเขนนี้ พลังแห่งการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพได้แผ่ขยายไปสู่โลกโดยอาศัยพระจิตเจ้า ประวัติศาสตร์ทั้งมวลของมนุษยชาติได้รับชีวิตจากต้นธารนี้คือพระแม่มารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา ผู้ทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ของชีวิตใหม่ที่ได้รับจากความรักของพระเจ้า นั่นก็คือพระศาสนจักร บรรดาประชากรคริสตชน ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของพระแม่มารีย์ ขอขอบพระคุณพระเจ้าที่โปรดประทานพละกำลังลงมายังพระ ศาสนจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยอาศัยศีลศักดิ์สิทธิ์ ประชากรได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ โดยอาศัยพระภารกิจของพระบุตรพระเจ้า และได้รับการเปลี่ยนแปลงด้วยพระเมตตากรุณา พระแม่มารีย์ได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้ทรงแจกจ่ายพระเมตตาของพระองค์ สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 “แม้แต่บาปหนักของมนุษย์ที่เรียกร้องความยุติธรรม การลงโทษที่เหมาะสมและเป็นธรรมของพระเจ้า เราก็ต้องไม่ลืมว่า “พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาแห่งพระเมตตา และพระเจ้าแห่งความบรรเทาใจทั้งปวง” และพระองค์ทรงแต่งตั้งพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ให้ทรงเป็นผู้รับใช้แจกจ่ายพระพรแห่งพระเมตตาของพระองค์อย่างกว้างขวาง ขอพระแม่ผู้ทรงมีประสบการณ์ถึงความทุกข์ยากของชีวิตบนโลกมนุษย์ ความเหนื่อยล้าของงานประจำวัน ความลำเค็ญและความยากลำบากของความยากจน รวมทั้งความเศร้าโศกบนเขากัลวารีโอ ขอพระแม่โปรดเสด็จมาช่วยเหลือพระศาสนจักรและมนุษยชาติด้วยเทอญ” พระนางมารีย์ทรงมีประสบการณ์พระเมตตา และทรงทำงานกระจายพระเมตตานี้ ณ เชิงกางเขน และในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้น สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 “พระนางมารีย์คือผู้ที่ได้รับพระเมตตาในลักษณะพิเศษและเฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่มีผู้ใดเคยได้รับมาก่อน ขณะเดียวกันแม้ทรงได้รับในลักษณะพิเศษ แต่พระนางก็ยังคงบูชาถวายดวงพระทัยของ พระนางร่วมในการแสดงพระเมตตาของพระเจ้า การบูชาถวายนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับกางเขนของพระบุตร ณ เชิงกางเขน บนเขากัลป์วารีโอ ซึ่งพระนางประทับยืนอยู่ การบูชาถวายของพระนางเป็นการร่วมในการเผยแสดงพระเมตตา และร่วมในความซื่อสัตย์สูงสุดของพระเจ้าต่อความรักของพระองค์เอง ต่อพันธสัญญา ซึ่งพระองค์ทรงกระทำนับแต่นิรันดรกาล และพระองค์ทรงเข้าสู่กาลเวลากับมนุษย์ กับประชากร และกับมนุษยชาติ เป็นการร่วมในการการเผยแสดงครบบริบูรณ์โดยอาศัยไม้กางเขน ไม่มีใครเคยได้รับประสบการณ์ในระดับเช่นนี้ เหมือนพระมารดาของพระผู้ทรงถูกตรึงกางเขน เป็นธรรมล้ำลึกแห่งกางเขน เป็นการพบปะระหว่างความยุติธรรมของพระเจ้ากับความรัก ซึ่งเป็น “รอยจูบ” ที่พระเมตตามอบให้แก่ความยุติธรรม” พระนางมารีย์เป็นภาพสะท้อนพระเมตตาของพระเจ้า ในสารแห่งพระเมตตา ตลอดพระชนมชีพของพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 พระคาร์ดินัลรัตซิงเกอร์ (พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16) “พระสันตะปาปายอห์น…

Read More

จงไปขอนักบุญโยเซฟ

จงไปขอนักบุญโยเซฟ บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 212 หน้า 14-15   “นักบุญโยเซฟได้รับเลือกท่ามกลางมนุษย์ทั้งหลาย ให้เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองพระนางมารีย์พรหมจารี พระมารดาของพระเจ้า เป็นบิดาผู้อารักขาอุปถัมภ์เลี้ยงดูพระกุมารเยซู ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าทางไว้วางใจ สำหรับแผนการของพระเจ้าในการไถ่กู้มนุษยชาติ” นักบุญเบอร์นาร์ด คุณค่าที่แท้จริงและสิทธิพิเศษที่นักบุญโยเซฟได้รับ ไม่สามารเป็นที่เข้าใจหรือชื่นชมได้ หากไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัด พระบุตรพระเจ้าเชื่อฟังนักบุญโยเซฟและพระนางมารีย์เป็นเวลาถึง 30 ปี นักบุญโยเซฟจึงมีศักดิ์ศรีเหนือนักบุญทั้งหลาย พระนางมารีย์เผยแสดงต่อนักบุญบริจิตว่า นักบุญโยเซฟกล่าวแต่สิ่งที่ไพเราะเสมอ ท่านได้รับสิริรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่ นักเทววิทยากล่าวว่าพระหรรษทานที่ได้รับในชีวิตนี้เป็นเครื่องวัดสิริรุ่งโรจน์ที่จะได้รับในสวรรค์ เราจึงมั่นใจว่า นักบุญโยเซฟอยู่บนสวรรค์ชั้นสูงสุด นักบุญเปาโลอธิบายว่า เป็นกฎพื้นฐานของพระเจ้า คือเมื่อพระองค์ทรงเลือกสรรบุคคลมาทำงานของพระองค์ พระองค์จะประทานพระหรรษทานที่จำเป็นให้ เราชื่นชมที่นักบุญโยเซฟเป็นผู้โปรดปรานของพระเจ้า ผ่านทางพระหรรษทานและความไว้วางใจที่ท่านได้รับผ่านทางสามพระบุคคล พระบิดาประทานพระบุตรแต่พระองค์เดียวของพระองค์ให้ท่านเป็นผู้ปกครอง พระบุตรทรงมอบพระองค์เองแด่ท่าน ให้ท่านคุ้มครองดูแลและพระองค์ทรงเชื่อฟังท่าน พระจิตเจ้าทรงไว้ใจให้ท่านดูแลพระนางมารีย์ในฐานะหัวหน้าครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ โมเสสต้องการเห็นพระเจ้ามาก แต่ท่านได้รับความสุขจากการได้พบพระเจ้าเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่นักบุญโยเซฟได้อุ้มพระเยซูเจ้าไว้ในอ้อมแขน ได้เรียกพระองค์ว่าบุตร และได้ยินพระกุมารเรียกท่านว่า บิดา บทบาทอันรุ่งโรจน์ของนักบุญโยเซฟในฐานะผู้คุ้มครองของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์และบิดาผู้ดูแลพระกุมาร มีบันทึกไว้อย่างงดงามในพระวรสารนักบุญลูกา “เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริ่มเทศนาสั่งสอนนั้น มีพระชนมราวสามสิบพรรษา คนทั่วไปคิดว่าพระองค์เป็นบุตรของโยเซฟ” (ลก 3:23) นักบุญเทเรซาแห่งอาวีลา กล่าวว่า เธอไม่เคยขอสิ่งใดจากนักบุญโยเซฟแล้วไม่ได้รับ นักบุญฟรังซิส เดอ ซาล์ส พระสังฆราชแห่งเจนีวา เชื่อและสอนว่า ในขณะที่พระเจ้าทรงมอบอำนาจแก่นักบุญท่านอื่น ๆ ให้ช่วยพวกเรา เมื่อต้องการความช่วยเหลือ นักบุญโยเซฟได้รับอภิสิทธิ์ในการช่วยเหลือทุก ๆ ความต้องการของเรา แม้ความเป็นมนุษย์ของนักบุญโยเซฟปกป้องท่านไม่ให้สั่งพระเจ้า แต่พระเยซูเจ้าทรงรับคำภาวนาของท่าน ในฐานะคำขอจากบิดา และให้ทุกสิ่งที่ท่านขอ “จงไปขอนักบุญโยเซฟ” ด้วยความเชื่อมั่นจากนักบุญที่เงียบ ๆ องค์นี้ ด้วยความใจดีในฐานะความเป็นบิดา พระองค์จะรับฟังคำวอนขอของท่าน เพราะท่านทำให้พระองค์เป็นพระเจ้าของทุกคน และพระราชาแห่งสรรพสิ่งทั้งหลาย  

Read More