การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สารสำคัญ 9 ประการที่ควรรู้

การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สารสำคัญ 9 ประการที่ควรรู้ บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 208 หน้า 2-3 การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์เป็นข้อความเชื่อของพระศาสนจักร ซึ่งยึดถือกันมาตั้งแต่พระศาสนจักรแรกเริ่ม พระศาสนจักรจัดให้วันที่ 15 สิงหาคมเป็นวันสมโภชการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารีย์ 1. การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระนางมารีย์คืออะไร? พระนางมารีย์พรหมจารีผู้ปฏิสนธินิรมลสิ้นพระชนม์บนโลกนี้และทรงได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์อย่างรุ่งเรืองทั้งร่างกายและวิญญาณ 2. อำนาจคำสอนในเรื่องนี้อยู่ในระดับใด? เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1950 ในสมณสาส์น Munificentissimus Deus สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ตรัสว่า “เป็นสัจธรรมที่เผยแสดงโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า” 3. สมณสาส์นเรียกร้องให้เชื่อว่าพระนางมารีย์สิ้นพระชนม์ด้วยหรือไม่? พระนางมารีย์สิ้นพระชนม์จริง พระสมณสาส์น Munificentissimus Deus กล่าวยืนยันถึงการยกขึ้นสวรรค์อย่างรุ่งเรืองทั้งกายและวิญญาณของพระนางการประกาศข้อความจริงอย่างสง่านี้เป็น “สัจธรรมที่เผยแสดงโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า” 4. ทำไมพระนางมารีย์ต้องสิ้นพระชนม์ในเมื่อพระนางปฏิสนธินิรมลและปราศจากบาปใดๆ? การปราศจากบาปกำเนิดและบาปมลทินอื่นใด เป็นคนละเรื่องกับการได้รับเกียรติในสถานภาพไม่รู้ตายนี้ พระเยซูเจ้าเองทรงปราศจากปากกำเนิดหรือมลทินอื่นใด แต่พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ สำหรับพระแม่มารีย์ ความตายไม่ได้เป็นผลสืบเนื่องจากการลงโทษเพราะกระทำบาป พระวรกายของพระนางมารีย์โดยธรรมชาติของความรู้ตาย สอดคล้องกับชีวิตพระบุตรของพระนาง คือจำนนต่อกฎธรรมชาติของความตาย 5. มีร่องรอยอะไรเป็นหลักฐานอ้างถึงการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระนางมารีย์หรือไม่? นักบุญ ยอห์น ปอล ที่ 2 ทรงบันทึกว่า ร่องรอยหลักฐานแรก ๆ ของความเชื่อในเรื่องเสด็จสู่สวรรค์อยู่ในหนังสือพระคัมภีร์สารบบที่สอง (Apocryphal accounts) ใน Transitus Mariae ซึ่งเขียนขึ้นราว ๆ ศตวรรษที่ 2 หรือ 3 6. คำสอนนี้มีการอ้างอิงจากพื้นฐานพระคัมภีร์หรือไม่? แม้พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ไม่ได้พูดถึงอย่างแจ้งชัดเกี่ยวกับการเสด็จสู่สวรรค์ของพระนางมารีย์ แต่ชี้ชัดให้เห็นถึงพื้นฐานเรื่องนี้ โดยย้ำอย่างแข็งขันถึงการร่วมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ของพระนางมารีย์กับชีวิตของพระเยซูเจ้า ความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ซึ่งเห็นได้จากวันที่พระนางมารีทรงปฏิสนธินิรมล เพื่อรับพระผู้ไถ่สู่ครรภ์ของพระนางอย่างอัศจรรย์ เป็นหนึ่งในการมีส่วนร่วมพันธกิจของพระบุตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการถ่ายกู้โลกของพระเยซูเจ้า ทำให้พระนางร่วมชีวิตการไถ่กู้ของพระเยซูเจ้า ทำใหพระนางร่วมชีวิตกับพระบุตรทั้งกายและวิญญาณ มีข้อความในพระคัมภีร์ที่มีเหตุผล เพียงพอที่จะสนับสนุนเรื่องการเสด็จขึ้นสวรรค์นี้ แม้ไม่ได้เขียนออกมาเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจนก็ตาม 7. มีข้อความบ่งชี้จากพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมหรือไม่?…

Read More

ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการคืนดี

ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการคืนดี บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 208 หน้า 14-15   กาตาลีนา รีวาซ (Catalina Rivas) ชาวโบลีเวียเธอคือผู้ที่ได้รับการกล่าวอ้างว่าได้สื่อสารกับพระเยซูเจ้า แม่พระ และเทวดามาตั้งแต่ ค.ศ. 1993 โดยได้รับการยืนยันรับรองจากพระสังฆราชเรอเน เฟอร์นันเดซ อาปาซา และต่อไปนี้คือถ้อยคำเกี่ยวกับศีลอภัยบาปที่เธอได้รับมา “ท่านใดที่มีแกะหนึ่งร้อยตัว ตัวหนึ่งพลัดหลง จะไม่ละแกะเก้าสิบเก้าตัวไว้ในถิ่นทุรกันดาร ออกไปตามหาแกะที่พลัดหลงจนพบหรือ เมื่อพบแล้ว เขาจะยกมันใส่บ่าด้วยความยินดี กลับบ้านเรียกมิตรสหายและเพื่อนบ้านมา พูดว่า ‘จงร่วมยินดีกับฉันเถิด ฉันพบแกะตัวที่พลัดหลงนั้นแล้ว’ เราบอกท่านทั้งหลายว่าในสวรรค์จะมีความยินดีเช่นนี้เพราะคนบาปคนหนึ่งกลับใจมากกว่าความยินดีเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจ” (ลก 15:4-8) “ในวันอังคารที่ 8 กรกฎาคม เราเดินทางไปที่เมืองโคซูเม เพราะได้รับเชิญให้ไปพูดในที่ประชุมสัมมนา พระองค์ทรงสั่งให้ข้าพเจ้าส่งสารถึงหญิงสาวคนหนึ่งว่า “เราได้รอเธอมานานมากแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เธอจะกลับใจและยอมมอบตนแก่เรา” เธอคือหญิงสาวที่แสวงหาผู้ให้คำแนะนำฝ่ายจิตวิญญาณ เพื่อขอสารภาพบาปตลอดชีวิตที่ผ่านมา เมื่อเธอตั้งใจจะสารภาพบาป เธอถึงกับหลั่งน้ำตาและองค์พระผู้เป็นเจ้าขอให้ข้าพเจ้าช่วยเธอ เราได้พูดคุยกันจนกระทั่งพระสงฆ์มาถึง เมื่อทั้งสองเดินออกจากห้องไปยังที่โปรดศีลอภัยบาป ขณะที่เดินอยู่นั้น ข้าพเจ้าเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดคือ มีผู้คนจำนวนมากมายอยู่รายรอบตัวเธอ มีอยู่สิบหรือสิบสองคนที่อยากเดินตามเธอเข้าห้องดังกล่าว ข้าพเจ้ารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นสิ่งนั้น และเข้าใจทันทีว่า เป็นประสบการณ์อัศจรรย์ ข้าพเจ้าจึงเริ่มสวดภาวนา ข้าพเจ้าได้ยินเสียงพูดดัง ๆ เคล้าเสียงดนตรีตามจังหวะกลอง ซึ่งชวนให้น่าตกใจยิ่ง อีกด้านหนึ่งข้าพเจ้าได้ยินเสียงเหมือนคณะนักร้องกำลังขับร้องเพลง วันทามารีย์แห่งฟาติมา ดังมาจากที่ไกล ๆ ว่า “พระสิริรุ่งโรจน์แด่พระเจ้า พระผู้สร้าง แด่พระบุตรพระผู้ไถ่ และพระจิตเจ้า…!” ข้าพเจ้าคุกเข่าลงและวอนขอพระองค์ทรงส่องสว่างให้กับการสารภาพบาปนั้นด้วย   ความหวาดกลัวของผีปีศาจ ฉับพลันนั้นเอง ข้าพเจ้าได้ยินเสียงกรีดร้องดังก้องสนั่นของผู้คนจำนวนมาก ข้าพเจ้ารีบเหลียวมองไปยังที่มาของเสียง จากระเบียงห้องที่หญิงสาวกำลังสารภาพบาปนั้นเอง สิ่งที่ข้าพเจ้ามองเห็น ช่างน่ากลัวและขยะแขยงนัก มันเป็นสิ่งที่มีชีวิต รูปร่างอัปลักษณ์ผิดรูป กำลังวิ่งวนไปมากรีดร้องโหยหวนและกระโดดทิ้งตัวเองจากระเบียงลงไปข้างล่าง และเมื่อข้าพเจ้าไปที่หน้าต่างเพื่อมองดูด้วยความอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไร ปรากฏว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ขณะนั้นเองเพื่อนที่ช่วยหาพระสงฆ์แนะนำจิตวิญญาณให้หญิงสาวเขามาพอดี และเราทั้งสองได้ยินเสียงลากโซ่และโลหะกระทบกันอย่างชัดเจน และดูเหมือนดังออกมาจากหลังคาและฝาผนัง เราเริ่มสวดด้วยกันและข้าพเจ้าบอกเขาไม่ต้องกลัว เพราะมันเป็นเสียงอึกทึกและเขย่าขวัญตามแบบฉบับของปีศาจเพราะวิญญาณมนุษย์ถูกดึงไปจากมัน เพื่อนคนนั้นอยู่สวดกับข้าพเจ้าอีกพักหนึ่ง แล้วขอตัวจากไป ข้าพเจ้ายังอยู่สวดตามลำพังอีกครู่หนึ่งไม่รู้ว่านานเท่าไร…

Read More

นักบุญสาวโรงงาน บุญราศีเปียรีนา โมโรซินี – Blessed Pierina Morosini

นักบุญสาวโรงงาน บุญราศีเปียรีนา โมโรซินี (Blessed Pierina Morosini) บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 208 หน้า 6-8   เปียรีนา เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1931 เป็นลูกสาวคนโตในพี่น้อง 9 คน บิดามารดาชื่อ ร๊อกโกและซารา โนริส ในหมู่บ้านบนภูเขามูโต เมืองอัลบีโน ประเทศอิตาลี เนื่องจากบิดาสุขภาพไม่ดี ทำงานในฟาร์มไม่ได้ เขาจึงไปเป็นยามกะดึกให้กับโรงงานเซียมา ในเมืองอัลบีโน ส่งผลให้มารดาต้องอยู่กับลูก ๆ เพียงลำพังทุกคืน ด้วยความกลัวมารดาของเปียรีนาจึงมักนำลูก ๆ สวดภาวนาเสมอ สิ่งนี้ทำให้เปียรีนาสวดภาวนาอย่างดี แม้เมื่อยังเล็ก เธอไม่เคยเบื่อที่จะสวดภาวนา และไม่เคยบอกว่าการสวดภาวนานั้นยาวนานเกิน มารดาพาสวดทุกเช้าค่ำ ตั้งแต่เธอและน้อง ๆ ยังเล็ก ๆ เปียรีนาจึงเข้าใจเรื่องการสวดภาวนาด้วยใจ รวมทั้งการปฏิบัติกิจศรัทธา กิจเมตตาและการใช้โทษบาป ทุกเช้า ครอบครัวของเธอเริ่มด้วยมิสซาเสมอ โดยมีมารดาคอยพาไป เธอได้เรียนในโรงเรียนของหมู่บ้าน และต่อที่โรงเรียนในเมืองของซิสเตอร์คณะพระหฤทัย เธอมีความฝันว่าจะเป็นครู และทุกคนต่างมั่นใจว่าหากเธอเรียนต่อ เธอจะต้องประสบผลสำเร็จแน่ ๆ เพราะเธอเป็นเด็กเรียนเก่ง เรียนรู้เร็ว แต่เพราะครอบครัวต้องการคนช่วยจุนเจือ และเธอเป็นพี่คนโต เธอจึงไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เมื่อจบชั้นประถมปลายแม้อยากเรียนแค่ไหน เธอก็ต้องช่วยเหลือครอบครัว ดังนั้นในวัย 11 ปีมารดาจึงส่งเปียรีนาไปเรียนเย็บผ้าในเมือง นอกจากเรียนเย็บผ้าแล้ว เธอยังได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มกิจการคาทอลิก เธอเรียนเย็บผ้าอยู่ราว 2 ปี ในวัย 13 ปี เธอจึงกลับบ้านพร้อมความรู้สำหรับช่วยเหลือครอบครัว เมื่ออายุ 15 ปี เธอเข้าทำงานที่โรงงานสิ่งทอในเมือง เธอออกจากบ้านตั้งแต่เวลาตี 4 โดยมีมารดาคอยตามไปส่ง ทั้งคู่ร่วมกันสวดสายประคำ และเธอไปร่วมมิสซาที่วัดในเมือง เป็นเช่นนี้ทุกวัน ทุกคนที่พบเห็นรู้สึกแปลกใจเพราะเธอมักมาถึงเป็นคนแรก ๆ บางครั้งก่อนวัดเปิดด้วยซ้ำ…

Read More