สักการสถานแห่งฟาติมา

“ฉันอยากให้สร้างวัดหลังหนึ่ง ที่ตรงนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ฉัน” สักการสถานแห่งฟาติมา จากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ฉบับที่ 214 หน้า 2-3 พื้นที่สำคัญเมื่อไปถึงสักการสถานแม่พระแห่งฟาติมา ประเทศโปรตุเกส คงไม่พ้นวัดน้อยแห่งการประจักษ์หรือในภาษาโปรตุเกสว่า Capelinha das Aparições เป็นที่ซึ่งแม่พระได้บอกให้เด็ก ๆ ทราบว่าทรงต้องการให้มีการสร้างวัดน้อยขึ้น สถานที่นี้จึงสร้างด้วยความร่วมมือของชาวบ้านในแถบนั้นประมาณ 6 เดือนหลังจากการประจักษ์ครั้งสุดท้าย เริ่มจากวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1918 แต่น่าเสียดายที่วัดน้อยหลังแรกถูกระเบิดเสียหายจากกลุ่มต่อต้านพระศาสนจักรคาทอลิกในคืนวันที่ 5-6 มีนาคม ค.ศ. 1922 ยังดีที่พระรูปแม่พระถูกนำไปซ่อนไว้ในบ้านของสตรีคนหนึ่งจึงรอดพ้นการทำลาย วัดน้อยได้รับการซ่อมแซมขึ้นใหม่อีกครั้ง จุดที่ตั้งของวัดน้อยอยู่ตรงบริเวณที่แม่พระประจักษ์ได้ถูกย้ายไปอยู่บริเวณใกล้ ๆ และจุดเดิมของต้นโอ้กนั้น เป็นที่ตั้งของพระรูปแม่พระที่มีความสวยงามรูปหนึ่ง พระรูปแม่พระดังกล่าวถือเป็นพระรูปแม่พระฟาติมารูปแรก แกะสลักด้วยไม้สนซีดาห์จากประเทศบราซิล โดย โฆเซ่ เธดิม ช่างแกะสลักผู้มีชื่อ ส่วนผู้บริจาคคือกิลแบร์โต โดส ซานโตส พระรูปนี้สูง 1.10 เมตรได้รับการเสกในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1920 และถูกนำมาประดิษฐานภายในวัดน้อยดังกล่าว เดิมนั้นพระรูปนี้ไม่มีมงกุฎสวม แต่ในปี ค.ศ. 1941 เหล่าสตรีชาวโปรตุเกสได้ร่วมกันขอรับบริจาควัตถุมีค่าโดยไม่ขอรับเงิน เพื่อนำมาสร้างมงกุฎถวายพระรูปแม่พระแห่งฟาติมา มงกุฎอันที่หนึ่ง ทำจากทองคำหนัก 1.2 กิโลกรัม เพชร 1,400 เม็ด หินมีค่า 950 เม็ด ไข่มุก 313 เม็ด เทอร์คอยซ์ 260 เม็ด ไพลิน 33 เม็ด ทับทิม 17 เม็ด มรกฎ 14 เม็ด รวมถึงอเมทิสต์และอความารีน มักเรียกกันว่า มงกุฎอัญมณี มงกุฎอันที่สอง ส่วนมงกุฎอันที่สองทำจากเงินกะไล่ทอง มองกุฎนี้ทำขึ้นเพื่อขอบคุณแม่พระที่ปกป้องประเทศโปรตุเกสจากสงครามโลกครั้งที่ 2…

Read More

คำสอนของพระสันตะปาปา

คำสอนของพระสันตะปาปา จากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 214 หน้า 20 อย่างปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในภาพฝันว่า แม่พระอ่อนหวานและเมตตายิ่งกว่าพระเจ้า ช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2017 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงเป็นประธานการสวดสายประคำหน้ารูปแม่พระแห่งฟาติมา โอกาสเตรียมสมโภชแม่พระประจักษ์ที่ฟาติมาครบ 100 ปี พิธีนี้จัดที่สักการสถานแม่พระแม่พระแม่ฟาติมา ประเทศโปรตุเกส ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมภาวนากว่า 500,000 คน โอกาสนี้ พระสันตะปาปาตรัสสอนว่า “มีคำพูดว่า ‘เดินทางจาริกไปกับแม่พระ… แต่แม่พระองค์ไหนล่ะ’ แม่พระผู้ทรงเป็นอาจารย์ชีวิตฝ่ายจิตและเป็นบุคคลแรกที่ติดตามพระเยซูเจ้าบนทางแคบๆ แห่งไม้กางเขน เป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตแก่เรา หรือเป็นแม่พระที่เราเข้าถึงไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะดำเนินชีวิตเลียนแบบท่าน แม่พระผู้ได้รับพระพรเพราะเชื่อในพระวาจาของพระเจ้าและทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ หรือแม่พระที่เป็นแค่รูปพลาสติก ซึ่งเราวอนขอสิ่งที่เราอยากได้ แม่พระแห่งพระวรสารซึ่งได้รับการถวายเกียรติจากพระศาสนจักรในคำภาวนา หรือแม่พระที่เราทำขึ้นมาเอง แม่พระผู้อ่อนหวานกว่าพระเยซูเจ้า แม่พระผู้เมตตายิ่งกว่าลูกแกะของพระเจ้า ซึ่งถูกฆ่าตายเพื่อเรา แน่นอนว่าเราไม่ควรปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในภาพฝันที่นำเสนอแม่พระว่าอ่อนหวานและเมตตายิ่งกว่าพระเจ้าพระบิดา และพระคริสตเจ้า เมื่อใดที่เราพูดว่าบาปคือการตัดสินลงโทษของพระเจ้า โดยไม่พูดตามที่พระวรสารกล่าวไว้ว่า บาปจะได้รับการอภัยด้วยพระเมตตาของพระเจ้า การพูดแบบนี้แหละคือความอยุติธรรมอันร้ายแรงต่อพระหรรษทานของพระเจ้า ความเมตตาต้องได้รับการจัดสรรก่อนการติดสินลงโทษ และในทุกกรณี การตัดสินลงโทษของพระเจ้าจะแสดงความในความสว่างแห่งพระเมตตาของพระองค์เสมอ ความเมตตาของพระเจ้าไม่ปฏิเสธความยุติธรรม ดังนั้นจึงไม่มีความเชื่อที่ตั้งอยู่บนความกลัว ความลับ หรือนิมิตต่างๆ แต่ความเชื่อตั้งอยู่บนพระวรสารและความรัก เมื่อใดที่เรามองแม่พระด้วยความเชื่อ เราเห็นความสุภาพอ่อนโยนและความอ่อนน้อมถ่อมตน สิ่งนี้ไม่ใช่ความดีในความอ่อนแอ แต่คือความดีในความเข้มแข็งต่างหาก” ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงภาวนาและถวาย “ดอกกุหลาบสีทอง” แด่รูปแม่พระฟาติมา ณ วัดน้อยแห่งการประจักษ์ของแม่พระ นับเป็นครั้งที่ 3 ที่พระสันตะปาปาถวายดอกกุหลาบสีทองในระหว่างการแสวงบุญแม่พระฟาติมา พระสันตะปาปาองค์แรกที่ถวายดอกกุหลาบสีทองคือ สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ถวายวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1965 ส่วนพระสันตะปาปาองค์ที่สอง ที่ถวายกุหบาลสีทองคือสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงถวายวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2010

Read More

นักบุญแปร์เปตูอาและนักบุญเฟลิซิตัส

นักบุญแปร์เปตูอาและนักบุญเฟลิซิตัส “พวกลูกผู้เป็นคนบาป ไว้วางใจในพระเมตตาอันไม่รู้เหือดหายของพระองค์ โปรดพาลูกเข้าในหมู่บรรดาอัครธรรมทูตรและมรณสักขี นักบุญยอห์นบัปติสต์ นักบุญสเตเฟน นักบุญบาร์นาบัส นักบุญเฟลิซิตัส และนักบุญแปร์เปตูอา” นักบุญเหล่านี้คือใครที่พระสงฆ์ต้องเอ่ยนามในบทขอบพระคุณที่ 1 ในพิธีบูชาขอบพระคุณ นักบุญแปร์เปตูอา เป็นนายหญิงที่กำลังเรียนหลักความเชื่อ เป็นมารดาของเด็กน้อย ส่วนนักบุญเฟลิซิตัส เป็นทาสที่ได้รับศีลล้างบาปแล้ว และกำลังจะเป็นแม่คน ทั้งสองอาศัยใต้ชายคาเดียวกันในเมือง Tebourba (ตูนิเซีย) ทั้งสองเชื่อและศรัทธาในพระเยซูเจ้า ความรักความศรัทธานี้ได้พาเธอทั้งสองเข้าสู่สนามต่อสู้และกลายเป็นมรณสักขีในปี 203 (746) ในประวัติศาสตร์จักรพรรดิ Septime Severe ได้เบียดเบียนคริสต์ศาสนาในปี 202 (705) โดยอ้างว่า ขัดต่อความสงบของจักรวรรดิ และคาดโทษถึงตาย สำหรับทุกคนที่เข้าศาสนาคริสต์เพราะเชื่อว่าพวกนี้เป็นเหมือนเหมือนเชื้อแป้งของกาต่อต้านอาณาจักรอเล็กซานเดรีย และกลุ่มคริสตชนของแอฟริกาต้องทนทุกข์อ่างมากกับการเบียดเบียนครั้งนี้ นักบุญแปร์เปตูอาถูกลงโทษประหารชีวิตเพราะยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ เธอปฏิเสธที่จะคารวะรูปปั้นของจักรพรรดิแทนการไว้ชีวิต เธอถูกจำคุกพร้อมกับแม่นมและนักบุญเฟลิซิตัส ซึ่งขณะนั้นครรภ์แก่มากแล้ว และเธอได้คลอดลูกในห้องขังนั่นเอง เธอทั้งสองถูกประหารพร้อมกับคริสตชนอีก 5 คน ขณะที่สัตว์ร้ายกำลังเข้าสังหาร นักบุญแปร์เปตูอาได้วิงวอนเพื่อนๆ ว่า “จงตั้งมั่นไว้ในความเชื่อ จงรักกันและกันและไม่หวั่นไหวต่อความทุกข์ทรมาน” ช่วงสุดท้ายท่านได้สวมกอดกัน เพื่อน้อมรับความตายอย่างอาจหาญ นักบุญทั้งสองได้รับการคารวะรำลึกถึงคู่กันเสมอ ทั้งคู่จึงเป็นที่มาของคำว่า “Felicite Perpetuel” ซึ่งแปลว่า “ความสุขแท้นิรันดร

Read More