แม่พระฟาติมากับกิจศรัทธาวันเสาร์ต้นเดือน

แม่พระฟาติมากับกิจศรัทธาวันเสาร์ต้นเดือน   เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1917 แม่พระส่งประจักษ์มาที่ฟาติมา และตระหนักถึงความศรัทธาต่อดวงพระทัยนิรมลทินของพระนาง ด้วยการทำกิจศรัทธาวันเสาร์ต้นเดือนหลังจากอนุญาตให้เด็ก 3 คนได้เห็นภาพนรก พระนางมารีย์ตรัสว่า “ลูกได้เห็นนรกแล้ว ที่ซึ่งวิญญาณของคนบาปน่าสงสารตกลงไป เพื่อช่วยพวกเขาทั้งหลายพ้นจากไฟชั่วนิรันดร์ พระเจ้าทรงปรารถนาให้โลกมีความศรัทธาต่อดวงใจนิรมลทินของแม่  หากมนุษย์ทำตามที่แม่ขอร้องวิญญาณมากมายจะรอดไปสวรรค์ โลกจะมีสันติภาพ แม่กลับมาขอให้คริสตชนรับศีลศักดิ์สิทธิ์ และใช้โทษบาปในวันเสาร์ต้นเดือน…” อีก 8 ปีต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1925 พระนางพรหมจารีมารีย์ และพระกุมารเยซูได้ประจักษ์มาแก่ลูซีอาผู้เดียวเท่านั้น พระแม่ได้วางพระหัตถ์บนไหล่ของเธอ และให้เธอได้เห็นดวงพระทัยของพระนางถูกล้อมรอบด้วยหนาม แล้วพระกุมารเยซูตรัสว่า “จงสงสารดวงพระทัยของพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของเรา ที่ถูกล้อมรอบด้วยหนาม คนอกตัญญูทิ่มแทงดวงพระทัยของพระนางอยู่ทุกขณะไม่มีใครใช้โทษบาปแทนคนเหล่านั้น” พระแม่ได้ตรัสเพิ่มเติมว่า “ลูกรักจงมองดูดวงใจของแม่ถูกล้อมรอบด้วยหนาม คนอกตัญญูทิ่มแทงดวงใจของแม่ตลอดเวลา ด้วยการสบประมาท และความอกตัญญู ขอลูกช่วยบรรเทาใจแม่ แม่สัญญาจะประทานพระหรรษทานที่จำเป็น เมื่อลูกใกล้จะสิ้นใจสำหรับความรอดของวิญญาณ แก่คนที่ทำกิจศรัทธาในวันเสาร์ต้นเดือน 5 ครั้งติดต่อกัน โดยรับศีลอภัยบาป รับศีลมหาสนิท สวดลูกประคำหนึ่งสายตามข้อรำพึงอยู่เป็นเพื่อนแม่ พร้อมกับตั้งใจใช้โทษบาปแทนคนบาปที่ทำผิดต่อดวงใจนิรมลของแม่” เพราะคนบาปได้ทำผิดต่อดวงพระทัยนิรมลของพระนางพรหมจารีมารีย์ พระมารดาของพระเยซูเจ้า ด้วยการบ่อนทำลายการปฏิสนธินิรมลของพระนาง ปฏิเสธการเป็นพรหมจารีตลอดกาลของพระนาง และไม่เชื่อว่าพระนางทรงเป็นพระมารดาของพระเจ้า รวมทั้งไม่ยอมรับพระนางเป็นพระมารดาแห่งมนุษยชาติ และยังปลูกฝังการเมินเฉย การดูหมิ่นสบประมาท และความเกลียดชังต่อพระนางมารีย์ในดวงใจของเด็ก ๆ และการทุราจารต่อรูปศักดิ์สิทธิ์ของพระนาง ทำไมต้องเป็นวันเสาร์ต้นเดือน ? เพราะเป็นวันที่เราคริสตชนทั่วโลกถวายพระเกียรติแด่พระนางพรหมจารีมารีย์ ในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก พระนางได้แสดงความเชื่อ ความหวังใจ และความรักต่อพระเยซูเจ้า ก่อนพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพ บทภาวนาต่อพระนางมารีย์ในวันเสาร์ต้นเดือน ข้าแต่พระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล พระมารดาของพระเจ้าและของมนุษยชาติ ผู้ทรงเป็นพรหมจารีตลอดกาล พระแม่ได้ส่งประจักษ์มาแก่เด็ก 3 คนที่ฟาติมา และทรงขอให้คริสตชนบรรเทาดวงพระทัยของพระแม่ที่ถูกทิ่มแทงด้วยการสบประมาท และความอกตัญญูของมนุษยชาติ ลูกทั้งหลายเข้ามาวิงวอนโปรดทรงเมตตาอภัยบาปทั้งปวง ที่มนุษยชาติได้กระทำ ทั้งด้วยการเมินเฉยการดูหมิ่นสบประมาท และการเกลียดชังพระบุตรของพระแม่ ทั้งด้วยการทำลายรูปศักดิ์สิทธิ์และการทุราจารต่างๆ ลูกขอบรรเทาดวงพระทัยนิรมลของพระแม่ และใช้โทษบาป ทั้งของตนเองและของผู้อื่น ด้วยการทำกิจศรัทธาวันเสาร์ต้นเดือน รับศีลอภัยบาป และสวดสายประคำ…

Read More

นักบุญฌานน์ ฟรังซัวส เดอ ชองตาล

นักบุญฌานน์ ฟรังซัวส เดอ ชองตาล บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 216 เดือน พ.ย. – ธ.ค. 2017     เป็นชาวฝรั่งเศส เธอต้องกลายเป็นหม้ายเมื่อเธอสูญเสียสามี เพราะอุบัติเหตุในการล่าสัตว์ ขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 29 ปีเท่านั้น เธอต้งเผชิญชีวิตด้วยความกล้าหาญยิ่ง ต้องเลี้ยงดูอบรมบุตรทั้ง 6 คน และเธอยังพยายามหาเวลาช่วยเหลือคนยากจน และคนเจ็บป่วยด้วย ฌานน์ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิต เมื่อได้พบกับนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ ซึ่งเป็นผู้แนะนำเธอบนหนทางแ่หงชีวิตนักบวช พระสังฆราชผู้ยิ่งใหญ่องค์นี้ ได้แนะนำหนทางแห่งชีวิตภายใน ซึ่งตรงกับอุปนิสัยใจคอของเธอเป็นอย่างยิ่ง นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ ได้ช่วยเธอให้ตั้งคณะนักบวชขึ้นคณะหนึ่งชื่อว่า “คณะแม่พระเสด็จเยี่ยม” และให้เธอเป็นผู้ปกครองดูแลคณะนักบวชนี้ ซึ่งเธอได้ปกครองด้วยความสุขุมรอบคอบอย่างยิ่ง เธอเป็นคนพูดน้อยแต่ทำกิจการดีต่าง ๆ มากมาย ฌานน์ถูกทดลองต่าง ๆ นานา แต่ได้สู้ทนอย่างวีรสตรี เธอเป็นแบบอย่างของ “มารดาผู้ให้การอบรม” ทั้งสำหรับผู้เป็นมารดาและครูทั้งหลายด้วย เธอมีความรักเมตตาต่อคนจน คนป่วย และคนโรคเรื้อน คำสอนของนักบุญฌานน์ ฟรังซัวส เดอ ชองตาล   ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเชื่อและข้าพเจ้าขอมอบตัวไว้ในความรัก ที่ไม่เปลี่ยนแปลงของพระองคื พระเจ้าทรงชี้นำผู้ที่มอบความวางใจในพระองคื พระเจ้ามิได้ยินดีในความผิดของเรา แต่ทรงมีความเพียรต่อความผิดที่เรายังไม่สามารถแก้ไขได้ ที่ไหนมีความสงบสันติ พระเจ้าทรงประทับอยู่ ขอพระเจ้าทรงเป็นพละกำลัง เป็นสันติสุขและเป็นการปลอบประโลมของเรา ความรักเรียกร้องให้แสดงออกทางกิจการ กิจการทุกอย่างของเราจะกลายเป็นคำภาวนา ถ้าเรากระทำเพื่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นบิดาของเรา ทรงรู้ถึงความต้องการทุกอย่างของเรา และทรงพร้อมที่จะประทานให้ ความเชื่อคือแสงสว่างของโลกใหม่ คือการค้นคว้าเพื่อเป็นนักบุญ เมื่อเราไม่รู้จะพูดอะไรกับพระองค์ เพียงแค่บอกรักพระองค์ก็พอแล้ว พระองค์ไม่ต้องการคำพูดยืดยาว พระแม่มารีย์เป็นเหตุแห่งความยินดีบนโลกนี้  

Read More

นักบุญเฮเลนา แห่งไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์

นักบุญเฮเลนา แห่งไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ รูปนักบุญเฮเลนาที่เราพบเห็นนั้น ท่านถือไม้กางเขนไว้ เพราะธรรมประเพณี โบราณเชื่อว่าท่านเป็นผู้พบไม้กางเขนของพระเยซูเจ้าในกรุงเยรูซาเล็ม เหตุการณ์เริ่มจากเกิดการจลาจลในหมู่ชาวยิว เพราะจักรพรรดิฮาดริอานุส (ค.ศ. 117– 138) ทรงยกเลิกชื่อแคว้นยูเดีย และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ซีเรีย ปาเลสไตน์” นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงเปลี่ยนชื่อกรุงเยรูซาเล็มเสียใหม่ เป็นอาเอเลีย คาปิโตลีนาและห้ามมิให้ชาวยิวในบริเวณใกล้เคียงเข้ามา ในการกำจัดอิทธิพลของชาวคริสต์ ฮาดริอานุสได้สร้างวิหารของเทพ และเทพีต่างๆ ในกรุงเยรูซาเล็ม เช่น สร้างวิหารเทพีวีนัสขึ้นบนเนินเขา กัลวารีโอ และสร้างวิหารเทพจูปีเตอร์ขวางทางขึ้นพระคูหาฝังพระศพของ พระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามชาวคริสต์ ต่อมา จักรพรรดิคอนสแตนตินยึดอำนาจในปี ค.ศ. 312 และศาสนาคริสต์ กลายเรื่องชอบด้วยกฎหมาย ในเวลานั้น นักบุญเฮเลนาซึ่งเป็นพระราชมารดา ของคอนสแตนติน ได้กลับใจเป็นคริสตชน (พระนางสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 330 พระชนมายุราว 80 พรรษา) ยูเซบีอัส นักประวัติศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ของพระศาสนจักรยุคต้น บันทึกไว้ว่า ท่านมีพระชนมายุราว 63 พรรษา เมื่อท่านกลับใจเป็นคริสตชน อาศัยอำนาจของจักรพรรดิคอนสแตนติน ซึ่งเป็นพระราชโอรส ในปี ค.ศ. 324 พระนางเฮเลนาได้เดินทางไปยังปาเลสไตน์ เพื่อค้นหาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และในปีต่อมา พระนางทรงสร้างโบสถ์ขึ้นที่เบธเลแฮม สถานที่ประสูติ ของพระเยซูเจ้า และบริเวณที่พระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์ ท่านนักบุญเฮเลนาเป็นผู้มีเมตตา ประทานสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ที่ไม่สามารถ ปกป้องตนเองได้ และผู้ยากจน ท่านประทานเงินและเสื้อผ้าแก่ผู้คน จำนวนมาก ท่านได้คืนเสรีภาพแก่ผู้ถูกจองจำ หรือทาสที่ต้องทนทำงาน อย่างขมขื่น นอกจากนี้ ท่านยังคืนความยุติธรรมแก่ผู้ที่ไม่ได้รับความชอบ ธรรมจากการตัดสินลงโทษ และนำเขากลับมาจากการถูกเนรเทศ นอกจาก กิจการกุศลต่าง ๆ แล้ว ท่านไม่เคยละเลยที่จะแสดงความกตัญญูต่อองค์ พระผู้เป็นเจ้า ท่านสวดภาวนาบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด พระนางเฮเลนาได้รับความชื่นชมจากประชาชน ในความเรียบง่ายและสุภาพถ่อมตน ท่านร่วมนมัสการพระเจ้ากับผู้คน…

Read More

แม่พระพากลับมา อัศจรรย์จากเหรียญแม่พระฯ

แม่พระพากลับมา อัศจรรย์จากเหรียญแม่พระฯ นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 204 – หน้า 4-5 การกลับใจของอัลฟองซ์ ราติสบอนน์ (Alphonse Ratisbonne) เป็นอัศจรรย์ที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งอัลฟองซ์ เป็นทายาทของครอบครัวนายธนาคารชาวยิวที่เมืองสตราสบูรก์ ประเทศฝรั่งเศส เธโอดอร์ พี่ชายของเขาได้กลับใจเป็นคาทอลิก และต่อมาได้บวชเป็นพระสงฆ์ ครอบครัวจึงตัดความสัมพันธ์กับเขาโดยสิ้นเชิง อัลฟองซ์เองก็ตัดสินใจไม่ข้องเกี่ยวหรือพูดถึงพี่ชายคนนี้อีกตลอดชีวิต หลายปีต่อมา ขณะอยู่ในกรุงโรม อัลฟองซ์ได้พบกับกุสตาโว เพื่อนเก่าที่เคยเรียนหนังสือด้วยกัน ทั้งสองรื้อฟื้นความเป็นเพื่อนต่อกัน กุสตาโวเองมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อบารอง ซึ่งก็ได้กลับใจเป็นคาทอลิกเช่นกัน และยังเป็นเพื่อนสนิทกับเธโอดอร์พี่ชายของอัลฟองซ์ด้วย อัลฟองซ์กับบารองจึงยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้น แต่ก็ยังคงเกลียดพระศาสนจักรเช่นเดิม ระหว่างการสนทนาอัลฟองซ์มักพูดจาเย้ยหยันและเสียดสีศาสนาคาทอลิก ที่สุดบารองสุดจะทนพฤติกรรมของอัลฟองซ์ จึงพูดท้าทายให้เขาสวม “เหรียญแม่พระอัศจรรย์” ไว้ที่คอ เป็นเวลา 1 เดือน และให้เขาสัญญาว่าจะสวดบท “Memorare” (โปรดระลึกเถิด) ทุกเช้าค่ำด้วย อัลฟองซ์รู้สึกสับสนที่ถูกท้าทายจนพูดอะไรไม่ออก บารองพูดต่อว่า “แม้ผมรู้ดีว่าการท้าทายของผมสำหรับคุณคงเป็นเรื่องตลก แต่เหรียญนี้มีความสำคัญกับผมมาก ผมขอให้คุณรับคำท้านะอัลฟองซ์” และด้วยพระพรที่ไหลหลั่งลงมาเป็นพิเศษ อัลฟองซ์ซึ่งดูเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ยอมให้น้องสาวตัวน้อยของบารองคล้องเหรียญรอบรอบคอ เขาหัวเราะพร้อมกับพูดติดตลกว่า “ตอนนี้ ผมเป็นคาทอลิกผู้แพร่ธรรมแล้วนะ” หลังจากนั้น บารองไม่รอช้า รีบติดต่อเพื่อน ๆ ที่เป็นคาทอลิกให้ช่วยสวดภาวนาเพื่อการกลับใจของอัลฟองซ์ ราติสบอนน์ ไม่นานต่อมา ทั้งสองพบกันอีกบนถนนหน้าพระวิหารนักบุญอันเดรียแห่งฟรัตเต (Andrea della Fratte) ที่กรุงโรม ขณะนั้น บารองกำลังเตรียมจัดงานศพของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง จึงขอให้อัลฟองซ์รอเขาในวัด ระหว่างที่เขาไปติดต่อจัดเตรียมพิธีงานศพ เมื่อเสร็จธุระแล้วก็กลับเข้ามาในวัดและพบอัลฟองซ์คุกเข่าอยู่ต่อหน้าพระแท่นนักบุญมีคาแอล เขาร้องไห้สะอื้นน้ำตานองหน้า เขาขอร้องให้พาเขาไปหาพระสงฆ์เพื่อสารภาพบาป เขาเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “ผมรออยู่ในวัด และเมื่อผมเงยหน้าขึ้น ที่ด้านหนึ่งของพระแท่นเหมือนดูดรวมแสงสว่างไว้หมด และที่ใจกลางความสว่างนั้น ผมเห็นพระนางพรหมจารีมารีย์สวมอาภรณ์เจิดจรัส พระนางเปี่ยมด้วยความความสง่างามและอ่อนหวานเหมือนภาพในเหรียญ มีพลังบางอย่างที่ผมไม่อาจขัดขืน นำผมให้เข้าไปใกล้ จากนั้นพระนางพรหมจารีทำสัญญาณให้ผมคุกเข่าลงและทำให้ผมเข้าใจว่า เท่านี้ก็พอแล้ว พระนางไม่ได้กล่าวอะไรเลยแต่ผมเข้าใจทั้งหมด” อัศจรรย์นี้เกิดขึ้น ขณะที่อัลฟองซ์ ราติสบอนน์อายุ 27 ปี และกำลังเตรียมตัวทำงานเป็นหุ้นส่วนในธนาคารของคุณลุง…

Read More

ดอกลิลลี่แห่งปาเลสไตน์ – นักบุญเมเรียม เบาอาร์ดี

ดอกลิลลี่แห่งปาเลสไตน์ – นักบุญเมเรียม เบาอาร์ดี (St. Mariam Baouardy) นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 205 – หน้า 6-8   ในมิสซาฉลองนักบุญเมเรียม เบาอาร์ดี พระคุณเจ้าฟอด ทวัล แห่งกรุงเยรูซาเล็มกล่าวถึงเธอไว้ดังนี้ “ปรากฏการณ์ลึกลับหลายอย่างที่แสดงถึงคุณลักษณะชีวิตของเธอนั้นไม่อาจบดบังคุณสมบัติพื้นฐานความสุภาพอ่อนน้อม ความรักฉันพี่น้องที่ลึกซึ้งและการถวายตัวทั้งครบต่อการนำของพระจิตเจ้า” เมเรียมได้รับการประกาศเป็นบุญราศี โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อ ค.ศ. 1983 และสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงประกาศให้ท่านเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 นักบุญเมเรียมได้ชื่อว่า เป็นองค์อุปถัมภ์แห่งสันติภาพในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เธอได้รับการรักษาอย่างอัศจรรย์จากพระนางมารีย์พรหมจารี หลังจากถูกดาบฟันคอ เพราะเธอไม่ยอมทิ้งความเชื่อคาทอลิค เรื่องราวของนักบุญเมเรียมเป็นแบบอย่างแก่เราในหนทางการรักษาความเชื่อไว้ให้มั่นคง และยึดน้ำพระทัยของพระเจ้าเป็นที่ตั้ง เมเรียม เบาอาร์ดี ปฏิญาณตนเป็นนักบวชในชื่อ เมเรียมแห่งพระเยซูผู้ถูกตรึงกางเขน เกิดที่เมืองอิบิลิน ประเทศปาเลสไตน์ บิดา คือ จิรีซ์ (จอร์จ) เบาอาร์ดี มารดาคือ เมเรียม ชาฮิน ถิ่นฐานเดิมของครอบครัวอยู่ที่เมืองดามัสกัส ประเทศซีเรีย นับถือนิกายคาทอลิกกรีก พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต เมื่อเธออายุได้เพียง 2 ขวบ ลุงนำเธอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม รักและเอาใจใส่ดูแลเธออย่างดี เมื่อเธออายุ 13 ปี ลุงย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ เมเรียมมีข้อผูกมัดต้องแต่งงานกับน้องชายของลุง เพราะเป็นธรรมเนียมในสมัยนั้น โดยที่เธอไม่ยินยอม เมเรียมรู้สึกหวาดหวั่นและเศร้าใจมาก เพราะเธอปรารถนาถวายตัวแด่พระเจ้าเพียงผู้เดียว คืนก่อนวันแต่งงานเธอนอนไม่หลับและสวดภาวนาขอพระเจ้าโปรดทรงช่วยเหลือ ในส่วนลึกของหัวใจ เธอได้ยินเสียงกล่าวกับเธอว่า “ทุกสิ่งจะผ่านไป ถ้าลูกปรารถนามอบดวงใจให้เรา เราจะอยู่กับลูก” เมเรียมรู้ว่าเป็นเสียงของพระเยซูเจ้า เธอใช้เวลาตลอดทั้งคืนนั้นสวดภาวนาจนกระทั่งรุ่งเช้า เธอได้ยินเสียงพูดกับเธอว่า “เมเรียม เราจะอยู่กับลูก จงติดตามการดลใจที่เราจะให้แก่ลูก” ภายหลังเมื่อเธอบอกกับลุงบุญธรรมว่าจะไม่แต่งงาน และยืนกรานว่าจะรักษาพรหมจารีไว้ ลูกโกรธจัดและลงโทษเธอให้เป็นคนรับใช้ต่ำต้อยที่สุดในบ้าน  …

Read More

ความหมายของการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของแม่พระสำหรับชีวิตคริสตชน

ความหมายของการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ ทั้งกายและวิญญาณของแม่พระสำหรับชีวิตคริสตชน บทความของ : คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์ การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของแม่พระ เพื่ออยู่กับพระเจ้าในแบบที่สมบูรณ์และเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อย่างใกล้ชิด เป็นภาพล่วงหน้าถึงเกียรติมงคลรุ่งเรืองที่พระศาสนจักรจะได้รับหลังการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตายในวาระสุดท้าย และทำให้การดำเนินชีวิตคริสตชนของเราในปัจจุบันมีความหมาย กล่าวคือ 1) การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระ เตือนใจเราว่า ชีวิตคริสตชนเป็นชีวิตที่ได้รับการไถ่ให้รอด โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การเป็นหนึ่งเดียวที่บริบูรณ์กับพระเจ้า ดังนั้น เราจึงไม่อาจจะปล่อยตัวหลงระเริงไปตามกระแสของโลกได้ 2) การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระ แสดงให้เห็นเช่นเดียวกันว่า ร่างกายของเราเป็นที่รักของพระเจ้าและมีเป้าหมายว่าจะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ กลายเป็นร่างกายใหม่ที่สดใสสวยงาม แม้ว่าขณะมีชีวิตอยู่เราจะประสบความทุกข์ระทมจากความชราภาพและความเจ็บป่วย 3) การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระ ได้ชี้ให้เราเห็นถึงหนทางที่แท้จริงของเราคือ ความเชื่อในพระเจ้า แม่พระได้ชื่อว่าเป็นผู้มีบุญเพราะ “การรับใช้” ด้วยการน้อมรับแผนการและน้ำพระทัยของพระเจ้า สรรพพร้อมและร่วมมือกับพระหรรษทานของพระองค์ด้วยใจยินดี 4) การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระ คือภาพล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นในพระศาสนจักร ประชากรของพระเจ้าที่ชนะบาปและความตาย แม่พระคือแบบอย่างของผู้ที่ทนทุกข์จากการฟังและเจริญชีวิตตามพระวาจา ซึ่งพระเจ้าได้ทรงบันดาลให้ได้รับชัยชนะในที่สุด ที่มา : http://dondaniele.blogspot.com/2011/08/b-c-1119-121-6-10-1-1520-26-27-139-56.html

Read More

สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ

สมโภชพระนางมารีย์ รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ (The Assumption of the Blessed Virgin Mary) 15 สิงหาคม – 15 August (ข้อมูลจากคุณพ่อวิชา หิรัญญการ…จาก FB ของคุณพ่ออนุชา  ไชยเดช)   แม้ไม่มีการกล่าวถึงอย่างชัดเจนถึงสิทธิพิเศษของการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ของแม่พระในพระธรรมใหม่ แต่ทางธรรมประเพณีและดูเหมือนเหตุผลทางเทววิทยาก็ชี้ให้เห็นถึงการไขแสดงโดยปริยายในพระคัมภีร์ถึงเรื่องนี้ ในพระธรรมเก่า เอกลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวของพระแม่มารีย์ถูกประกาศในฐานะเป็น “สตรี” ที่โดยผ่านทางเธอ การไถ่ให้รอดที่ทรงสัญญาไว้จะเป็นไปได้จริง (ปฐก 3:15) ในพระธรรมใหม่ได้ประกาศความจริงเรื่องการไถ่ให้รอดนั้น (ลก 1 : 31 – 35; 1 ยน 3 : 9) และพระนางพรหมจารีมารีย์เป็นผู้ “เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน” ซึ่งจะไม่ทรงเป็นผู้ครบครันบริบูรณ์ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ เว้นแต่ว่าพระนางจะทรงดำรงอยู่โดยไม่เสื่อมสลายไป (เทียบ 1 คร 15 : 54 – 57) จึงเป็นการถูกต้องแล้วที่ นักบุญเจอร์มานุส แห่งคอนสแตนติโนเปิล (ราวปี 733) ได้เขียนไว้ว่า “พระวรกายอันเป็นพรหมจรรย์ของพระนางมารีย์เป็นสิ่งที่รวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์เข้าไว้ด้วยกันซึ่งดำรงอยู่เพื่อพระเจ้า และไม่มีวันจะเสื่อมสลายเป็นฝุ่นดินเลย” ธรรมประเพณีเรื่องการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ได้ถูกประกาศมาแต่เนิ่นนานแล้วตั้งแต่ในปี ค.ศ.749 โดยนักบุญยอห์น ดามาซีน (St. John Damascene) ส่วนพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (1159-1181) ได้เขียนไว้ว่า พระนางมารีย์ได้ให้บังเกิดโดยไม่มีความด่างพร้อยทางพรหมจรรย์ ทรงให้กำเนิดพระบุตรโดยปราศจากความเจ็บปวด ดังนั้น จึงเสด็จจากไปโดยไม่เน่าเปื่อย ตามคำของทูตสวรรค์ หรือโดยพระเจ้าตรัสผ่านทางทูตสวรรค์ว่า “พระนางจะทรงเป็นผู้ที่มีพระหรรษทานเต็มเปี่ยม ไม่ใช่แบบครึ่งๆกลางๆ” และในปี 1568 พระสันตะปาปาปีโอที่ 5 ได้ทรงประกาศให้วันสมโภชการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งพระศาสนจักร การพัฒนาของข้อความเชื่อนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับวันฉลองที่อุทิศแด่แม่พระที่กระทำในวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อระลึกถึง “การบรรทมของพระนาง”…

Read More

พระมารดาแห่งอเมริกา

พระมารดาแห่งอเมริกา นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 205 – หน้า 2-5 สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกาเปิดเผยและยอมรับอย่างเป็นทางการว่า พระเยซูเจ้านักบุญโยเซฟ อัครเทวดาคาเบรียล อัครเทวดามีคาแอล และพระนางมารีย์ “พระมารดาแห่งอเมริกา” ได้ประจักษ์มาแก่ ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม (Mildred Neuzil) ภคินีคณะพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ในระหว่างปี ค.ศ. 1933-1979 ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม ได้จากโลกนี้ไปในวัย 83 ปี เมื่อวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 2000 พระนางมารีย์มีพระประสงค์ให้ซิสเตอร์วาดภาพพระนาง ภายใต้พระนาม “พระมารดาแห่งอเมริกา” และให้สร้างรูปปั้นตามแบบภาพนั้น เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ สักการสถาน พระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมลเมืองวอชิงตัน ดีซี เพื่อถวายเกียรติแด่พระนางในฐานะ “พระมารดาแห่งอเมริกา” พระนางตรัสว่าหากเรื่องนี้สำเร็จ สหรัฐอเมริกากลับใจหันมาสู่เส้นทางแห่งศีลธรรมและสักการสถานนี้จะกลายเป็นสถานที่แห่งความ “มหัศจรรย์” Monsignor Paul F. Leibold พระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลซินซินนาติ (Cincinnati) ได้อนุมัติอย่างเป็นทางการให้ออกแบบเหรียญ “พระมารดาแห่งอเมริกา” และยังอนุมัติให้จัดพิมพ์เอกสารประกอบอธิบายเรื่อยราวของเหรียญนี้ เพื่อส่งเสริมความศรัทธาภักดีต่อพระมารดาแห่งอเมริกา ค่าใช้จ่ายในการจัดทำเหรียญและพิมพ์เอกสารนั้น อัครสังฆมณฑลแห่งซินซินนาติเป็นผู้รับผิดชอบ ก่อนที่พระอัครสังฆราชจะเสียชีวิต พระคุณเจ้าได้อนุมัติการพิมพ์ข้อความเปิดเผยการประจักษ์ของพระนางมารีย์แก่ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม ทั้งนี้เนื่องจากท่านได้ทำหน้าที่เป็นวิญญาณรักษ์ของซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม มาเป็นเวลาหลายปี วันที่ 25 กันยายน 1956 คืนวันฉลองมรณสักขีแห่งอเมริกาเหนือ พระนางมารีย์ประจักษ์มาแก่ซิสเตอร์เอเฟรม ตรัสว่า “ลูกจงบอกบรรดาพระสังฆราชแห่งสหรัฐอเมริกา บุตรชายผู้ซื่อสัตย์ของแม่ถึงความปรารถนาของแม่ ที่ต้องการให้พวกเขาแสดงความศรัทธาภักดีต่อแม่” พระแม่มารีย์มีผ้าสีขาวยาวเกือบถึงเอวคลุมพระเศียร และทรงสวมเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปลายของเสื้อคลุมถูกกลัดไว้ที่ด้านบนด้วยเครื่องประดับทองคำ เช่นเดียวกับมงกุฎทองคำที่ประดับพระเศียรพระเกศาและพระเนตรของพระนางเป็นสีน้ำตาล ซิสเตอร์แมรี่กล่าวว่า ณ ที่ประทับยืนอยู่นั้น พระบาทของพระนางมารีย์เปลือยเปล่าแต่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะถูกปกคลุมด้วยเมฆ บ่อยครั้งที่พระนางทรงแย้มพระสรวล และทรงเผยดวงหทัยที่ล้อมรอบด้วยดอกกุหลาบเพลิงโชติช่วง พระนางมารีย์ตรัสว่า “เราคือพระมารดาแห่งอเมริกา แม่ปรารถนาให้ลูก ๆ ถวายเกียรติแด่แม่…

Read More

นักบุญกาเตรี ดอกลิลลี่แห่งโมฮอก

นักบุญกาเตรี ดอกลิลลี่แห่งโมฮอก นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 206 – หน้า 15-17 นักบุญกาเตรี ดอกลิลลี่แห่งโมฮอก วันที่ 21 ตุลาคม 2012 สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงประกาศแต่งตั้งสตรีอเมริกันพื้นเมืองนาม กาเตรี เตกาวิทา (Kateri Tekakwitha) เป็นนักบุญในสารบบของพระศาสนจักรคาทอลิก ในขณะที่มีการประกาศข่าวการสถาปนาบุญราศีกาเตรีให้เป็นนักบุญ สมเด็จพระสันตะปาปายังทรงประกาศแต่งตั้งพระคาร์ดินัลองค์ใหม่อีกหลายท่าน และภารกิจแรกอย่างเป็นทางการของบรรดาพระคาร์ดินัล คือการเขียนความคิดเห็นของพวกท่านต่อการสถาปนานักบุญใหม่ทั้ง 7 ซึ่งรวมถึงนักบุญกาเตรีด้วย พระคาร์ดินัลโทมัส ซี คอลลิน แห่งโตรอนโตและออนทาริโอ กล่าวว่า “พ่อดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ภารกิจแรกในฐานะพระคาร์ดินัล คือการเข้าร่วมพิธีสถาปนานักบุญกาเตรี ท่านคือแรงบันดาลใจสำหรับพวกเราในแคนาดา และสหรัฐอเมริกา” สตรีชาวโมฮอก เมืองฟอนดา รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นเมืองเล็ก ๆ ห่างจากเมืองอัลบาเนีย ประมาณ 50 นาทีโดยทางรถ เมืองนี้ไม่มีสนามบินหรือท่าเรือ และไม่มีแม้แต่สถานีรถไฟ กล่าวกันว่าชื่อเมืองนี้เกี่ยวข้องกับนักแสดงที่มีชื่อเสียงคือ เจน และเฮนรี่ ฟอนดา สถานที่พิเศษหนึ่งเดียวในแถบนี้ คือสักการะสถานที่อุทิศแด่เยาวนารีชาวอินเดียนแดง ที่มีนามว่ากาเตรี เตกาวิทา เธอเกิดในปี 1656 เป็นบุตรีของหัวหน้าเผ่าโมฮอก ไข้ทรพิษได้พรากมารดาของเธอไป เมื่อเธออายุได้ 4 ปี และตัวเธอเองก็ติดโรคร้ายนี้ ซึ่งได้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้าของเธอ และส่งผลต่อการมองเห็นของเธอด้วย ลุงและป้ารับการอุปการะเธอ เมื่อายุ 20 ปีเธอได้รับศีลล้างบาปเป็นคาทอลิกภายในวัดน้อย ซึ่งปัจจุบันคือสักการะสถานที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เธอ นอกจากแบบอย่างชีวิตคริสตชนที่เรียบง่ายของเธอแล้ว สักการะสถานแห่งนี้ยังเป็นผืนดินศักดิ์สิทธิ์ ที่บรรดาผู้แสวงบุญสัมผัสได้ถึงความสงบเงียบ และการเยียวยารักษา สถานที่เงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่กลางป่าและลำธารที่รู้จักกันในชื่อ The Cayadutta ผู้คนจากอเมริกา แคนาดา และแม้แต่ออสเตรเลียเดินทางมาจาริก เพื่อค้นพบแรงบันดาลใจจากนักบุญกาเตรี พวกเขาแสวงหาความศักดิ์สิทธิ์ และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเยซูเจ้า เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของนักบุญ ผู้จาริกมักเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และวัดน้อยที่มีอายุกว่า 230 ปี…

Read More

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับพระนางมารีย์

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับพระนางมารีย์ นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 206 – หน้า 6-7 จริงหรือไม่ที่ชาวคาทอลิกสวดขอต่อพระนางพรหมจารีมารีย์โดยตรง มากกว่าที่จะสวดวอนขอพระเจ้าผ่านทางพระนาง? พระศาสนจักรคาทอลิกบอกอย่างชัดแจ้งว่า เราไม่ได้สวดวอนขอต่อพระนางมารีย์ พระนางมิได้เป็นพระเจ้า เราสวดขอต่อพระเจ้าผ่าน ทางพระนางให้ช่วยรับรอง มากกว่าจะเป็นทนายความว่าคดีให้ บรรดา นักเขียนผู้ศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เข้าใจว่า การภาวนาต่อพระแม่เหมือนการ ภาวนาหาพระเยซูเจ้าเอง เพราะท่านทั้งสองสัมพันธ์สนิทสัมพันธ์แนบแน่น เป็นหนึ่งเดียว การภาวนาผ่านพระนางไม่จำเป็นหรือถูกจำกัดด้วย บทสวดมากมายหรือการรำพึงเป็นเวลานาน เพียงสวดต่อพระนางอย่างซื่อ ๆ เรียบง่าย พระนางก็ทรงตอบสนองคำภาวนา นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายท่านปฏิบัติเช่นนี้ พระศาสนจักรแนะนำให้ผู้เลื่อมใสศรัทธามีสายประคำติดตัวตลอดเวลาอีกด้วย เพราะเหตุใดในบทเร้าวิงวอนพระแม่มารีย์ จึงมีการเอ่ยพระนามของพระนางว่า “หีบพันธสัญญา”? พระศาสนจักรให้เกียรติและยกย่องพระนางมารีย์อย่างสูงยิ่ง โมเสสเป็นผู้สร้างหีบพันธสัญญาเพื่อจารึกคำสั่งสอนตามพระบัญชาของพระเจ้าบนภูเขาซีนาย หีบพันธสัญญาบรรจุแผ่นพระบัญญัติ 10 ประการ ได้รับการเก็บรักษาอย่างดีในพลับพลา ซึ่งชาวยิวนำไปด้วยทุกแห่งในถิ่นทุรกันดาร จนในที่สุดสูญหายหรือถูกทำลายไป มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม (ดูเพิ่มเติมในหนังสืออพยพและหนังสือเล่มอื่น ๆ) พระนางมารีย์ทรงได้รับการยกย่องเชิดชูสูงยิ่งในธรรมประเพณีคาทอลิก ตามข้อเท็จจริงแล้ว นักเขียนบางท่านเชื่อมั่นว่าด้วยบทบาทของพระนาง รวมทั้งสมญาหีบแห่งพันธสัญญา พระนางเป็นผู้สำคัญยิ่งที่ช่วยให้มนุษย์ หันกลับมาหาพระเจ้าในที่สุด หลายคนเชื่อว่าการประจักษ์มาของพระนาง ให้ชาวโลกได้เห็นบ่อยครั้ง เป็นสิ่งสนับสนุนเรื่องนี้อย่างดี ชื่อที่พระศาสนจักรคาทอลิกนำมาใช้เรียกขานพระนามของพระนางมารีย์พรหมจารี “เอวาใหม่” เอวาคนแรกถูกงูล่อลวงในสวนเอเดน เมื่อเริ่มต้นหนังสือปฐมกาล พระนางมารีย์พรหมจารีตอบรับอัครเทวดาคาเบรียล โดยยินดีรับเป็นมารดาของพระเจ้า รับบทบาทหน้าที่พิเศษด้วยความรับผิดชอบ เพื่อมนุษยชาติ เราคงเคยเห็นภาพวาดหรือรูปปั้นของพระนางมารีย์ ที่มีพระบาทเหยียบขยี้หัวงู พระนางมารีย์พรหมจารีได้รับการเทิดเกียรติ ยกย่องสูงกว่าบรรดานักบุญทั้งหลาย พระนางสูงกว่าแม้กับบรรดาเหล่าเทวดา ตำแหน่งพิเศษยิ่งนี้นับเป็นเกียรติสูงส่งเฉพาะที่ชาวคาทอลิก มอบให้พระนาง ชื่อที่ไม่ถูกนำมาใช้เรียกขานพระนามของพระนางมารีย์พรหมจารีในบทเร้าวิงวอนของพระศาสนจักรคาทอลิก “ผู้ปกปักรักษาผู้ยากไร้” ชื่อนี้ไม่มีปรากฏในบทเร้าวิงวอน แม้จะเหมาะกับภาพลักษณ์ของพระนาง พระนางน้อมรับอย่างเต็มใจด้วยใจรักในความยากจน อยู่ในคอกสัตว์เพื่อให้กำเนิดพระบุตรพระเยซู ไม่มีหลักฐานใดในพระคัมภีร์ที่พระนางมีฐานะสูงกว่าการเป็นคู่ชีวิต และหญิงม่ายของช่างไม้จน ๆ ที่ชื่อโยเซฟ การประจักษ์มาแต่ละครั้งของพระนาง เเน้นให้เห็นชัดว่าทรงประจักษ์มาแก่ผู้ยากจน และเด็กยากไร้ เราอาจคิดว่าพระนางมารีย์ไม่สนใจคนร่ำรวยและทรงอำนาจ แต่แท้จริงแล้ว ในสภาพแวดล้อมที่พระนางใช้ชีวิตนั้น ไม่มีกลุ่มคนประเภทนี้ให้เห็นมากนัก พระศาสนจักรให้ภาพพระนางมารีย์เป็นบุคคลเพื่อทุกคน พระนางมารีย์พรหมจารีเกิดมาในศาสนาใด? ในศาสนายิว (หรือยูดาย) พระนางบังเกิดมาในครอบครัวชาวยิวที่ศรัทธาเลื่อมใส ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่บอกเล่าอย่างพิเศษ…

Read More