แม่พระฟาติมากับกิจศรัทธาวันเสาร์ต้นเดือน

แม่พระฟาติมากับกิจศรัทธาวันเสาร์ต้นเดือน   เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1917 แม่พระส่งประจักษ์มาที่ฟาติมา และตระหนักถึงความศรัทธาต่อดวงพระทัยนิรมลทินของพระนาง ด้วยการทำกิจศรัทธาวันเสาร์ต้นเดือนหลังจากอนุญาตให้เด็ก 3 คนได้เห็นภาพนรก พระนางมารีย์ตรัสว่า “ลูกได้เห็นนรกแล้ว ที่ซึ่งวิญญาณของคนบาปน่าสงสารตกลงไป เพื่อช่วยพวกเขาทั้งหลายพ้นจากไฟชั่วนิรันดร์ พระเจ้าทรงปรารถนาให้โลกมีความศรัทธาต่อดวงใจนิรมลทินของแม่  หากมนุษย์ทำตามที่แม่ขอร้องวิญญาณมากมายจะรอดไปสวรรค์ โลกจะมีสันติภาพ แม่กลับมาขอให้คริสตชนรับศีลศักดิ์สิทธิ์ และใช้โทษบาปในวันเสาร์ต้นเดือน…” อีก 8 ปีต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1925 พระนางพรหมจารีมารีย์ และพระกุมารเยซูได้ประจักษ์มาแก่ลูซีอาผู้เดียวเท่านั้น พระแม่ได้วางพระหัตถ์บนไหล่ของเธอ และให้เธอได้เห็นดวงพระทัยของพระนางถูกล้อมรอบด้วยหนาม แล้วพระกุมารเยซูตรัสว่า “จงสงสารดวงพระทัยของพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของเรา ที่ถูกล้อมรอบด้วยหนาม คนอกตัญญูทิ่มแทงดวงพระทัยของพระนางอยู่ทุกขณะไม่มีใครใช้โทษบาปแทนคนเหล่านั้น” พระแม่ได้ตรัสเพิ่มเติมว่า “ลูกรักจงมองดูดวงใจของแม่ถูกล้อมรอบด้วยหนาม คนอกตัญญูทิ่มแทงดวงใจของแม่ตลอดเวลา ด้วยการสบประมาท และความอกตัญญู ขอลูกช่วยบรรเทาใจแม่ แม่สัญญาจะประทานพระหรรษทานที่จำเป็น เมื่อลูกใกล้จะสิ้นใจสำหรับความรอดของวิญญาณ แก่คนที่ทำกิจศรัทธาในวันเสาร์ต้นเดือน 5 ครั้งติดต่อกัน โดยรับศีลอภัยบาป รับศีลมหาสนิท สวดลูกประคำหนึ่งสายตามข้อรำพึงอยู่เป็นเพื่อนแม่ พร้อมกับตั้งใจใช้โทษบาปแทนคนบาปที่ทำผิดต่อดวงใจนิรมลของแม่” เพราะคนบาปได้ทำผิดต่อดวงพระทัยนิรมลของพระนางพรหมจารีมารีย์ พระมารดาของพระเยซูเจ้า ด้วยการบ่อนทำลายการปฏิสนธินิรมลของพระนาง ปฏิเสธการเป็นพรหมจารีตลอดกาลของพระนาง และไม่เชื่อว่าพระนางทรงเป็นพระมารดาของพระเจ้า รวมทั้งไม่ยอมรับพระนางเป็นพระมารดาแห่งมนุษยชาติ และยังปลูกฝังการเมินเฉย การดูหมิ่นสบประมาท และความเกลียดชังต่อพระนางมารีย์ในดวงใจของเด็ก ๆ และการทุราจารต่อรูปศักดิ์สิทธิ์ของพระนาง ทำไมต้องเป็นวันเสาร์ต้นเดือน ? เพราะเป็นวันที่เราคริสตชนทั่วโลกถวายพระเกียรติแด่พระนางพรหมจารีมารีย์ ในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก พระนางได้แสดงความเชื่อ ความหวังใจ และความรักต่อพระเยซูเจ้า ก่อนพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพ บทภาวนาต่อพระนางมารีย์ในวันเสาร์ต้นเดือน ข้าแต่พระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล พระมารดาของพระเจ้าและของมนุษยชาติ ผู้ทรงเป็นพรหมจารีตลอดกาล พระแม่ได้ส่งประจักษ์มาแก่เด็ก 3 คนที่ฟาติมา และทรงขอให้คริสตชนบรรเทาดวงพระทัยของพระแม่ที่ถูกทิ่มแทงด้วยการสบประมาท และความอกตัญญูของมนุษยชาติ ลูกทั้งหลายเข้ามาวิงวอนโปรดทรงเมตตาอภัยบาปทั้งปวง ที่มนุษยชาติได้กระทำ ทั้งด้วยการเมินเฉยการดูหมิ่นสบประมาท และการเกลียดชังพระบุตรของพระแม่ ทั้งด้วยการทำลายรูปศักดิ์สิทธิ์และการทุราจารต่างๆ ลูกขอบรรเทาดวงพระทัยนิรมลของพระแม่ และใช้โทษบาป ทั้งของตนเองและของผู้อื่น ด้วยการทำกิจศรัทธาวันเสาร์ต้นเดือน รับศีลอภัยบาป และสวดสายประคำ…

Read More

แม่พระพากลับมา อัศจรรย์จากเหรียญแม่พระฯ

แม่พระพากลับมา อัศจรรย์จากเหรียญแม่พระฯ นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 204 – หน้า 4-5 การกลับใจของอัลฟองซ์ ราติสบอนน์ (Alphonse Ratisbonne) เป็นอัศจรรย์ที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งอัลฟองซ์ เป็นทายาทของครอบครัวนายธนาคารชาวยิวที่เมืองสตราสบูรก์ ประเทศฝรั่งเศส เธโอดอร์ พี่ชายของเขาได้กลับใจเป็นคาทอลิก และต่อมาได้บวชเป็นพระสงฆ์ ครอบครัวจึงตัดความสัมพันธ์กับเขาโดยสิ้นเชิง อัลฟองซ์เองก็ตัดสินใจไม่ข้องเกี่ยวหรือพูดถึงพี่ชายคนนี้อีกตลอดชีวิต หลายปีต่อมา ขณะอยู่ในกรุงโรม อัลฟองซ์ได้พบกับกุสตาโว เพื่อนเก่าที่เคยเรียนหนังสือด้วยกัน ทั้งสองรื้อฟื้นความเป็นเพื่อนต่อกัน กุสตาโวเองมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อบารอง ซึ่งก็ได้กลับใจเป็นคาทอลิกเช่นกัน และยังเป็นเพื่อนสนิทกับเธโอดอร์พี่ชายของอัลฟองซ์ด้วย อัลฟองซ์กับบารองจึงยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้น แต่ก็ยังคงเกลียดพระศาสนจักรเช่นเดิม ระหว่างการสนทนาอัลฟองซ์มักพูดจาเย้ยหยันและเสียดสีศาสนาคาทอลิก ที่สุดบารองสุดจะทนพฤติกรรมของอัลฟองซ์ จึงพูดท้าทายให้เขาสวม “เหรียญแม่พระอัศจรรย์” ไว้ที่คอ เป็นเวลา 1 เดือน และให้เขาสัญญาว่าจะสวดบท “Memorare” (โปรดระลึกเถิด) ทุกเช้าค่ำด้วย อัลฟองซ์รู้สึกสับสนที่ถูกท้าทายจนพูดอะไรไม่ออก บารองพูดต่อว่า “แม้ผมรู้ดีว่าการท้าทายของผมสำหรับคุณคงเป็นเรื่องตลก แต่เหรียญนี้มีความสำคัญกับผมมาก ผมขอให้คุณรับคำท้านะอัลฟองซ์” และด้วยพระพรที่ไหลหลั่งลงมาเป็นพิเศษ อัลฟองซ์ซึ่งดูเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ยอมให้น้องสาวตัวน้อยของบารองคล้องเหรียญรอบรอบคอ เขาหัวเราะพร้อมกับพูดติดตลกว่า “ตอนนี้ ผมเป็นคาทอลิกผู้แพร่ธรรมแล้วนะ” หลังจากนั้น บารองไม่รอช้า รีบติดต่อเพื่อน ๆ ที่เป็นคาทอลิกให้ช่วยสวดภาวนาเพื่อการกลับใจของอัลฟองซ์ ราติสบอนน์ ไม่นานต่อมา ทั้งสองพบกันอีกบนถนนหน้าพระวิหารนักบุญอันเดรียแห่งฟรัตเต (Andrea della Fratte) ที่กรุงโรม ขณะนั้น บารองกำลังเตรียมจัดงานศพของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง จึงขอให้อัลฟองซ์รอเขาในวัด ระหว่างที่เขาไปติดต่อจัดเตรียมพิธีงานศพ เมื่อเสร็จธุระแล้วก็กลับเข้ามาในวัดและพบอัลฟองซ์คุกเข่าอยู่ต่อหน้าพระแท่นนักบุญมีคาแอล เขาร้องไห้สะอื้นน้ำตานองหน้า เขาขอร้องให้พาเขาไปหาพระสงฆ์เพื่อสารภาพบาป เขาเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “ผมรออยู่ในวัด และเมื่อผมเงยหน้าขึ้น ที่ด้านหนึ่งของพระแท่นเหมือนดูดรวมแสงสว่างไว้หมด และที่ใจกลางความสว่างนั้น ผมเห็นพระนางพรหมจารีมารีย์สวมอาภรณ์เจิดจรัส พระนางเปี่ยมด้วยความความสง่างามและอ่อนหวานเหมือนภาพในเหรียญ มีพลังบางอย่างที่ผมไม่อาจขัดขืน นำผมให้เข้าไปใกล้ จากนั้นพระนางพรหมจารีทำสัญญาณให้ผมคุกเข่าลงและทำให้ผมเข้าใจว่า เท่านี้ก็พอแล้ว พระนางไม่ได้กล่าวอะไรเลยแต่ผมเข้าใจทั้งหมด” อัศจรรย์นี้เกิดขึ้น ขณะที่อัลฟองซ์ ราติสบอนน์อายุ 27 ปี และกำลังเตรียมตัวทำงานเป็นหุ้นส่วนในธนาคารของคุณลุง…

Read More

ความหมายของการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของแม่พระสำหรับชีวิตคริสตชน

ความหมายของการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ ทั้งกายและวิญญาณของแม่พระสำหรับชีวิตคริสตชน บทความของ : คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์ การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของแม่พระ เพื่ออยู่กับพระเจ้าในแบบที่สมบูรณ์และเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อย่างใกล้ชิด เป็นภาพล่วงหน้าถึงเกียรติมงคลรุ่งเรืองที่พระศาสนจักรจะได้รับหลังการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตายในวาระสุดท้าย และทำให้การดำเนินชีวิตคริสตชนของเราในปัจจุบันมีความหมาย กล่าวคือ 1) การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระ เตือนใจเราว่า ชีวิตคริสตชนเป็นชีวิตที่ได้รับการไถ่ให้รอด โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การเป็นหนึ่งเดียวที่บริบูรณ์กับพระเจ้า ดังนั้น เราจึงไม่อาจจะปล่อยตัวหลงระเริงไปตามกระแสของโลกได้ 2) การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระ แสดงให้เห็นเช่นเดียวกันว่า ร่างกายของเราเป็นที่รักของพระเจ้าและมีเป้าหมายว่าจะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ กลายเป็นร่างกายใหม่ที่สดใสสวยงาม แม้ว่าขณะมีชีวิตอยู่เราจะประสบความทุกข์ระทมจากความชราภาพและความเจ็บป่วย 3) การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระ ได้ชี้ให้เราเห็นถึงหนทางที่แท้จริงของเราคือ ความเชื่อในพระเจ้า แม่พระได้ชื่อว่าเป็นผู้มีบุญเพราะ “การรับใช้” ด้วยการน้อมรับแผนการและน้ำพระทัยของพระเจ้า สรรพพร้อมและร่วมมือกับพระหรรษทานของพระองค์ด้วยใจยินดี 4) การรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของแม่พระ คือภาพล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นในพระศาสนจักร ประชากรของพระเจ้าที่ชนะบาปและความตาย แม่พระคือแบบอย่างของผู้ที่ทนทุกข์จากการฟังและเจริญชีวิตตามพระวาจา ซึ่งพระเจ้าได้ทรงบันดาลให้ได้รับชัยชนะในที่สุด ที่มา : http://dondaniele.blogspot.com/2011/08/b-c-1119-121-6-10-1-1520-26-27-139-56.html

Read More

สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ

สมโภชพระนางมารีย์ รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ (The Assumption of the Blessed Virgin Mary) 15 สิงหาคม – 15 August (ข้อมูลจากคุณพ่อวิชา หิรัญญการ…จาก FB ของคุณพ่ออนุชา  ไชยเดช)   แม้ไม่มีการกล่าวถึงอย่างชัดเจนถึงสิทธิพิเศษของการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ของแม่พระในพระธรรมใหม่ แต่ทางธรรมประเพณีและดูเหมือนเหตุผลทางเทววิทยาก็ชี้ให้เห็นถึงการไขแสดงโดยปริยายในพระคัมภีร์ถึงเรื่องนี้ ในพระธรรมเก่า เอกลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวของพระแม่มารีย์ถูกประกาศในฐานะเป็น “สตรี” ที่โดยผ่านทางเธอ การไถ่ให้รอดที่ทรงสัญญาไว้จะเป็นไปได้จริง (ปฐก 3:15) ในพระธรรมใหม่ได้ประกาศความจริงเรื่องการไถ่ให้รอดนั้น (ลก 1 : 31 – 35; 1 ยน 3 : 9) และพระนางพรหมจารีมารีย์เป็นผู้ “เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน” ซึ่งจะไม่ทรงเป็นผู้ครบครันบริบูรณ์ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ เว้นแต่ว่าพระนางจะทรงดำรงอยู่โดยไม่เสื่อมสลายไป (เทียบ 1 คร 15 : 54 – 57) จึงเป็นการถูกต้องแล้วที่ นักบุญเจอร์มานุส แห่งคอนสแตนติโนเปิล (ราวปี 733) ได้เขียนไว้ว่า “พระวรกายอันเป็นพรหมจรรย์ของพระนางมารีย์เป็นสิ่งที่รวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์เข้าไว้ด้วยกันซึ่งดำรงอยู่เพื่อพระเจ้า และไม่มีวันจะเสื่อมสลายเป็นฝุ่นดินเลย” ธรรมประเพณีเรื่องการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ได้ถูกประกาศมาแต่เนิ่นนานแล้วตั้งแต่ในปี ค.ศ.749 โดยนักบุญยอห์น ดามาซีน (St. John Damascene) ส่วนพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (1159-1181) ได้เขียนไว้ว่า พระนางมารีย์ได้ให้บังเกิดโดยไม่มีความด่างพร้อยทางพรหมจรรย์ ทรงให้กำเนิดพระบุตรโดยปราศจากความเจ็บปวด ดังนั้น จึงเสด็จจากไปโดยไม่เน่าเปื่อย ตามคำของทูตสวรรค์ หรือโดยพระเจ้าตรัสผ่านทางทูตสวรรค์ว่า “พระนางจะทรงเป็นผู้ที่มีพระหรรษทานเต็มเปี่ยม ไม่ใช่แบบครึ่งๆกลางๆ” และในปี 1568 พระสันตะปาปาปีโอที่ 5 ได้ทรงประกาศให้วันสมโภชการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งพระศาสนจักร การพัฒนาของข้อความเชื่อนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับวันฉลองที่อุทิศแด่แม่พระที่กระทำในวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อระลึกถึง “การบรรทมของพระนาง”…

Read More

พระมารดาแห่งอเมริกา

พระมารดาแห่งอเมริกา นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 205 – หน้า 2-5 สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกาเปิดเผยและยอมรับอย่างเป็นทางการว่า พระเยซูเจ้านักบุญโยเซฟ อัครเทวดาคาเบรียล อัครเทวดามีคาแอล และพระนางมารีย์ “พระมารดาแห่งอเมริกา” ได้ประจักษ์มาแก่ ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม (Mildred Neuzil) ภคินีคณะพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ในระหว่างปี ค.ศ. 1933-1979 ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม ได้จากโลกนี้ไปในวัย 83 ปี เมื่อวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 2000 พระนางมารีย์มีพระประสงค์ให้ซิสเตอร์วาดภาพพระนาง ภายใต้พระนาม “พระมารดาแห่งอเมริกา” และให้สร้างรูปปั้นตามแบบภาพนั้น เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ สักการสถาน พระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมลเมืองวอชิงตัน ดีซี เพื่อถวายเกียรติแด่พระนางในฐานะ “พระมารดาแห่งอเมริกา” พระนางตรัสว่าหากเรื่องนี้สำเร็จ สหรัฐอเมริกากลับใจหันมาสู่เส้นทางแห่งศีลธรรมและสักการสถานนี้จะกลายเป็นสถานที่แห่งความ “มหัศจรรย์” Monsignor Paul F. Leibold พระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลซินซินนาติ (Cincinnati) ได้อนุมัติอย่างเป็นทางการให้ออกแบบเหรียญ “พระมารดาแห่งอเมริกา” และยังอนุมัติให้จัดพิมพ์เอกสารประกอบอธิบายเรื่อยราวของเหรียญนี้ เพื่อส่งเสริมความศรัทธาภักดีต่อพระมารดาแห่งอเมริกา ค่าใช้จ่ายในการจัดทำเหรียญและพิมพ์เอกสารนั้น อัครสังฆมณฑลแห่งซินซินนาติเป็นผู้รับผิดชอบ ก่อนที่พระอัครสังฆราชจะเสียชีวิต พระคุณเจ้าได้อนุมัติการพิมพ์ข้อความเปิดเผยการประจักษ์ของพระนางมารีย์แก่ซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม ทั้งนี้เนื่องจากท่านได้ทำหน้าที่เป็นวิญญาณรักษ์ของซิสเตอร์แมรี่ เอเฟรม มาเป็นเวลาหลายปี วันที่ 25 กันยายน 1956 คืนวันฉลองมรณสักขีแห่งอเมริกาเหนือ พระนางมารีย์ประจักษ์มาแก่ซิสเตอร์เอเฟรม ตรัสว่า “ลูกจงบอกบรรดาพระสังฆราชแห่งสหรัฐอเมริกา บุตรชายผู้ซื่อสัตย์ของแม่ถึงความปรารถนาของแม่ ที่ต้องการให้พวกเขาแสดงความศรัทธาภักดีต่อแม่” พระแม่มารีย์มีผ้าสีขาวยาวเกือบถึงเอวคลุมพระเศียร และทรงสวมเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปลายของเสื้อคลุมถูกกลัดไว้ที่ด้านบนด้วยเครื่องประดับทองคำ เช่นเดียวกับมงกุฎทองคำที่ประดับพระเศียรพระเกศาและพระเนตรของพระนางเป็นสีน้ำตาล ซิสเตอร์แมรี่กล่าวว่า ณ ที่ประทับยืนอยู่นั้น พระบาทของพระนางมารีย์เปลือยเปล่าแต่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะถูกปกคลุมด้วยเมฆ บ่อยครั้งที่พระนางทรงแย้มพระสรวล และทรงเผยดวงหทัยที่ล้อมรอบด้วยดอกกุหลาบเพลิงโชติช่วง พระนางมารีย์ตรัสว่า “เราคือพระมารดาแห่งอเมริกา แม่ปรารถนาให้ลูก ๆ ถวายเกียรติแด่แม่…

Read More

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับพระนางมารีย์

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับพระนางมารีย์ นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 206 – หน้า 6-7 จริงหรือไม่ที่ชาวคาทอลิกสวดขอต่อพระนางพรหมจารีมารีย์โดยตรง มากกว่าที่จะสวดวอนขอพระเจ้าผ่านทางพระนาง? พระศาสนจักรคาทอลิกบอกอย่างชัดแจ้งว่า เราไม่ได้สวดวอนขอต่อพระนางมารีย์ พระนางมิได้เป็นพระเจ้า เราสวดขอต่อพระเจ้าผ่าน ทางพระนางให้ช่วยรับรอง มากกว่าจะเป็นทนายความว่าคดีให้ บรรดา นักเขียนผู้ศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เข้าใจว่า การภาวนาต่อพระแม่เหมือนการ ภาวนาหาพระเยซูเจ้าเอง เพราะท่านทั้งสองสัมพันธ์สนิทสัมพันธ์แนบแน่น เป็นหนึ่งเดียว การภาวนาผ่านพระนางไม่จำเป็นหรือถูกจำกัดด้วย บทสวดมากมายหรือการรำพึงเป็นเวลานาน เพียงสวดต่อพระนางอย่างซื่อ ๆ เรียบง่าย พระนางก็ทรงตอบสนองคำภาวนา นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายท่านปฏิบัติเช่นนี้ พระศาสนจักรแนะนำให้ผู้เลื่อมใสศรัทธามีสายประคำติดตัวตลอดเวลาอีกด้วย เพราะเหตุใดในบทเร้าวิงวอนพระแม่มารีย์ จึงมีการเอ่ยพระนามของพระนางว่า “หีบพันธสัญญา”? พระศาสนจักรให้เกียรติและยกย่องพระนางมารีย์อย่างสูงยิ่ง โมเสสเป็นผู้สร้างหีบพันธสัญญาเพื่อจารึกคำสั่งสอนตามพระบัญชาของพระเจ้าบนภูเขาซีนาย หีบพันธสัญญาบรรจุแผ่นพระบัญญัติ 10 ประการ ได้รับการเก็บรักษาอย่างดีในพลับพลา ซึ่งชาวยิวนำไปด้วยทุกแห่งในถิ่นทุรกันดาร จนในที่สุดสูญหายหรือถูกทำลายไป มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม (ดูเพิ่มเติมในหนังสืออพยพและหนังสือเล่มอื่น ๆ) พระนางมารีย์ทรงได้รับการยกย่องเชิดชูสูงยิ่งในธรรมประเพณีคาทอลิก ตามข้อเท็จจริงแล้ว นักเขียนบางท่านเชื่อมั่นว่าด้วยบทบาทของพระนาง รวมทั้งสมญาหีบแห่งพันธสัญญา พระนางเป็นผู้สำคัญยิ่งที่ช่วยให้มนุษย์ หันกลับมาหาพระเจ้าในที่สุด หลายคนเชื่อว่าการประจักษ์มาของพระนาง ให้ชาวโลกได้เห็นบ่อยครั้ง เป็นสิ่งสนับสนุนเรื่องนี้อย่างดี ชื่อที่พระศาสนจักรคาทอลิกนำมาใช้เรียกขานพระนามของพระนางมารีย์พรหมจารี “เอวาใหม่” เอวาคนแรกถูกงูล่อลวงในสวนเอเดน เมื่อเริ่มต้นหนังสือปฐมกาล พระนางมารีย์พรหมจารีตอบรับอัครเทวดาคาเบรียล โดยยินดีรับเป็นมารดาของพระเจ้า รับบทบาทหน้าที่พิเศษด้วยความรับผิดชอบ เพื่อมนุษยชาติ เราคงเคยเห็นภาพวาดหรือรูปปั้นของพระนางมารีย์ ที่มีพระบาทเหยียบขยี้หัวงู พระนางมารีย์พรหมจารีได้รับการเทิดเกียรติ ยกย่องสูงกว่าบรรดานักบุญทั้งหลาย พระนางสูงกว่าแม้กับบรรดาเหล่าเทวดา ตำแหน่งพิเศษยิ่งนี้นับเป็นเกียรติสูงส่งเฉพาะที่ชาวคาทอลิก มอบให้พระนาง ชื่อที่ไม่ถูกนำมาใช้เรียกขานพระนามของพระนางมารีย์พรหมจารีในบทเร้าวิงวอนของพระศาสนจักรคาทอลิก “ผู้ปกปักรักษาผู้ยากไร้” ชื่อนี้ไม่มีปรากฏในบทเร้าวิงวอน แม้จะเหมาะกับภาพลักษณ์ของพระนาง พระนางน้อมรับอย่างเต็มใจด้วยใจรักในความยากจน อยู่ในคอกสัตว์เพื่อให้กำเนิดพระบุตรพระเยซู ไม่มีหลักฐานใดในพระคัมภีร์ที่พระนางมีฐานะสูงกว่าการเป็นคู่ชีวิต และหญิงม่ายของช่างไม้จน ๆ ที่ชื่อโยเซฟ การประจักษ์มาแต่ละครั้งของพระนาง เเน้นให้เห็นชัดว่าทรงประจักษ์มาแก่ผู้ยากจน และเด็กยากไร้ เราอาจคิดว่าพระนางมารีย์ไม่สนใจคนร่ำรวยและทรงอำนาจ แต่แท้จริงแล้ว ในสภาพแวดล้อมที่พระนางใช้ชีวิตนั้น ไม่มีกลุ่มคนประเภทนี้ให้เห็นมากนัก พระศาสนจักรให้ภาพพระนางมารีย์เป็นบุคคลเพื่อทุกคน พระนางมารีย์พรหมจารีเกิดมาในศาสนาใด? ในศาสนายิว (หรือยูดาย) พระนางบังเกิดมาในครอบครัวชาวยิวที่ศรัทธาเลื่อมใส ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่บอกเล่าอย่างพิเศษ…

Read More

พระนางมารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา

พระนางมารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา จากหนังสือ พระเมตตาในคำสั่งสอนของบรรดาพระสันตะปาปา (Mercy in the teachings of the Popes) บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 207 หน้า 2-4 ความรักเมตตาของพระเจ้าแสดงออกอย่างเต็มเปี่ยมบนไม้กางเขน และจากกางเขนนี้ พลังแห่งการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพได้แผ่ขยายไปสู่โลกโดยอาศัยพระจิตเจ้า ประวัติศาสตร์ทั้งมวลของมนุษยชาติได้รับชีวิตจากต้นธารนี้คือพระแม่มารีย์ พระมารดาแห่งพระเมตตา ผู้ทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ของชีวิตใหม่ที่ได้รับจากความรักของพระเจ้า นั่นก็คือพระศาสนจักร บรรดาประชากรคริสตชน ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของพระแม่มารีย์ ขอขอบพระคุณพระเจ้าที่โปรดประทานพละกำลังลงมายังพระ ศาสนจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยอาศัยศีลศักดิ์สิทธิ์ ประชากรได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ โดยอาศัยพระภารกิจของพระบุตรพระเจ้า และได้รับการเปลี่ยนแปลงด้วยพระเมตตากรุณา พระแม่มารีย์ได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้ทรงแจกจ่ายพระเมตตาของพระองค์ สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 “แม้แต่บาปหนักของมนุษย์ที่เรียกร้องความยุติธรรม การลงโทษที่เหมาะสมและเป็นธรรมของพระเจ้า เราก็ต้องไม่ลืมว่า “พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาแห่งพระเมตตา และพระเจ้าแห่งความบรรเทาใจทั้งปวง” และพระองค์ทรงแต่งตั้งพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ให้ทรงเป็นผู้รับใช้แจกจ่ายพระพรแห่งพระเมตตาของพระองค์อย่างกว้างขวาง ขอพระแม่ผู้ทรงมีประสบการณ์ถึงความทุกข์ยากของชีวิตบนโลกมนุษย์ ความเหนื่อยล้าของงานประจำวัน ความลำเค็ญและความยากลำบากของความยากจน รวมทั้งความเศร้าโศกบนเขากัลวารีโอ ขอพระแม่โปรดเสด็จมาช่วยเหลือพระศาสนจักรและมนุษยชาติด้วยเทอญ” พระนางมารีย์ทรงมีประสบการณ์พระเมตตา และทรงทำงานกระจายพระเมตตานี้ ณ เชิงกางเขน และในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้น สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 “พระนางมารีย์คือผู้ที่ได้รับพระเมตตาในลักษณะพิเศษและเฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่มีผู้ใดเคยได้รับมาก่อน ขณะเดียวกันแม้ทรงได้รับในลักษณะพิเศษ แต่พระนางก็ยังคงบูชาถวายดวงพระทัยของ พระนางร่วมในการแสดงพระเมตตาของพระเจ้า การบูชาถวายนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับกางเขนของพระบุตร ณ เชิงกางเขน บนเขากัลป์วารีโอ ซึ่งพระนางประทับยืนอยู่ การบูชาถวายของพระนางเป็นการร่วมในการเผยแสดงพระเมตตา และร่วมในความซื่อสัตย์สูงสุดของพระเจ้าต่อความรักของพระองค์เอง ต่อพันธสัญญา ซึ่งพระองค์ทรงกระทำนับแต่นิรันดรกาล และพระองค์ทรงเข้าสู่กาลเวลากับมนุษย์ กับประชากร และกับมนุษยชาติ เป็นการร่วมในการการเผยแสดงครบบริบูรณ์โดยอาศัยไม้กางเขน ไม่มีใครเคยได้รับประสบการณ์ในระดับเช่นนี้ เหมือนพระมารดาของพระผู้ทรงถูกตรึงกางเขน เป็นธรรมล้ำลึกแห่งกางเขน เป็นการพบปะระหว่างความยุติธรรมของพระเจ้ากับความรัก ซึ่งเป็น “รอยจูบ” ที่พระเมตตามอบให้แก่ความยุติธรรม” พระนางมารีย์เป็นภาพสะท้อนพระเมตตาของพระเจ้า ในสารแห่งพระเมตตา ตลอดพระชนมชีพของพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 พระคาร์ดินัลรัตซิงเกอร์ (พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16) “พระสันตะปาปายอห์น…

Read More

การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สารสำคัญ 9 ประการที่ควรรู้

การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สารสำคัญ 9 ประการที่ควรรู้ บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 208 หน้า 2-3 การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์เป็นข้อความเชื่อของพระศาสนจักร ซึ่งยึดถือกันมาตั้งแต่พระศาสนจักรแรกเริ่ม พระศาสนจักรจัดให้วันที่ 15 สิงหาคมเป็นวันสมโภชการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารีย์ 1. การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระนางมารีย์คืออะไร? พระนางมารีย์พรหมจารีผู้ปฏิสนธินิรมลสิ้นพระชนม์บนโลกนี้และทรงได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์อย่างรุ่งเรืองทั้งร่างกายและวิญญาณ 2. อำนาจคำสอนในเรื่องนี้อยู่ในระดับใด? เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1950 ในสมณสาส์น Munificentissimus Deus สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ตรัสว่า “เป็นสัจธรรมที่เผยแสดงโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า” 3. สมณสาส์นเรียกร้องให้เชื่อว่าพระนางมารีย์สิ้นพระชนม์ด้วยหรือไม่? พระนางมารีย์สิ้นพระชนม์จริง พระสมณสาส์น Munificentissimus Deus กล่าวยืนยันถึงการยกขึ้นสวรรค์อย่างรุ่งเรืองทั้งกายและวิญญาณของพระนางการประกาศข้อความจริงอย่างสง่านี้เป็น “สัจธรรมที่เผยแสดงโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า” 4. ทำไมพระนางมารีย์ต้องสิ้นพระชนม์ในเมื่อพระนางปฏิสนธินิรมลและปราศจากบาปใดๆ? การปราศจากบาปกำเนิดและบาปมลทินอื่นใด เป็นคนละเรื่องกับการได้รับเกียรติในสถานภาพไม่รู้ตายนี้ พระเยซูเจ้าเองทรงปราศจากปากกำเนิดหรือมลทินอื่นใด แต่พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ สำหรับพระแม่มารีย์ ความตายไม่ได้เป็นผลสืบเนื่องจากการลงโทษเพราะกระทำบาป พระวรกายของพระนางมารีย์โดยธรรมชาติของความรู้ตาย สอดคล้องกับชีวิตพระบุตรของพระนาง คือจำนนต่อกฎธรรมชาติของความตาย 5. มีร่องรอยอะไรเป็นหลักฐานอ้างถึงการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระนางมารีย์หรือไม่? นักบุญ ยอห์น ปอล ที่ 2 ทรงบันทึกว่า ร่องรอยหลักฐานแรก ๆ ของความเชื่อในเรื่องเสด็จสู่สวรรค์อยู่ในหนังสือพระคัมภีร์สารบบที่สอง (Apocryphal accounts) ใน Transitus Mariae ซึ่งเขียนขึ้นราว ๆ ศตวรรษที่ 2 หรือ 3 6. คำสอนนี้มีการอ้างอิงจากพื้นฐานพระคัมภีร์หรือไม่? แม้พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ไม่ได้พูดถึงอย่างแจ้งชัดเกี่ยวกับการเสด็จสู่สวรรค์ของพระนางมารีย์ แต่ชี้ชัดให้เห็นถึงพื้นฐานเรื่องนี้ โดยย้ำอย่างแข็งขันถึงการร่วมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ของพระนางมารีย์กับชีวิตของพระเยซูเจ้า ความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ซึ่งเห็นได้จากวันที่พระนางมารีทรงปฏิสนธินิรมล เพื่อรับพระผู้ไถ่สู่ครรภ์ของพระนางอย่างอัศจรรย์ เป็นหนึ่งในการมีส่วนร่วมพันธกิจของพระบุตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการถ่ายกู้โลกของพระเยซูเจ้า ทำให้พระนางร่วมชีวิตการไถ่กู้ของพระเยซูเจ้า ทำใหพระนางร่วมชีวิตกับพระบุตรทั้งกายและวิญญาณ มีข้อความในพระคัมภีร์ที่มีเหตุผล เพียงพอที่จะสนับสนุนเรื่องการเสด็จขึ้นสวรรค์นี้ แม้ไม่ได้เขียนออกมาเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจนก็ตาม 7. มีข้อความบ่งชี้จากพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมหรือไม่?…

Read More

ประสบการณ์น่าทึ่งกับพระแม่มารีย์

ประสบการณ์น่าทึ่งกับพระแม่มารีย์ บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 209 หน้า 6-8 สตรีในชุดขาว : คุณพ่อชานินาดผู้ก่อตั้งคณะ Marianistes ผู้ซึ่งอุทิศตนเป็นพิเศษต่อพระนางมารีย์ ท่านเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1751 และสิ้นใจเมื่อปี 1850 ท่านและพี่ชายของท่านสองคนได้บวชเป็นพระสงฆ์ ท่านมีความศรัทธาเป็นพิเศษต่อพระมารดา และพระราชินีสวรรค์ ได้ประทานพระหรรษทานมากมายแก่ท่าน ซึ่งหลายครั้งเป็นอัศจรรย์ที่แท้จริง ในช่วงที่ยังอยู่บ้านเณร ทำได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ครั้งหนึ่ง ระหว่างเดินขึ้นเขา มีก้อนหินตกลงมาทับเท้าของท่านจนไม่สามารถเดินได้ ท่านได้อ้อนวอนต่อพระนางมารีย์ด้วยความไว้วางใจ โดยสัญญากับแม่พระว่า ถ้าพระแม่มารีย์รักษาท่านให้หาย ท่านจะไปขอบคุณแม่พระที่สักการสถาน ที่เวสเลย์และเมื่อเท้าของท่านหายดี ท่านก็ออกเดินทางทันที เป็นระยะทาง 80 กิโลเมตร เมื่อท่านบวชเป็นพระสงฆ์เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ท่านเดินทางถึงเมืองบอร์โดว์ เพื่อช่วยครอบครัวคริสตชนที่หลบซ่อนตัวอยู่ ไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจใด ๆ ได้ เพราะถูกเบียดเบียน ท่านจำเป็นต้องหลบซ่อนตัวเพื่อหลบหนีตำรวจ ท่านซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ ซึ่งสามารถถวายมิสซากับบรรดาสัตบุรุษ หลายครั้งท่านเกือบถูกตำรวจจับแต่ก็หลบหนีได้เสมอ ครั้งหนึ่งตำรวจเข้ามาในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งแม่บ้านกำลังซักผ้า และคุณพ่อก็อยู่ที่นั่นด้วย แม่บ้านมีเพียงถังซักผ้าให้คุณพ่อซ่อนตัว เธอมีไหวพริบดีและเริ่มต้นพูดคุย โดยวางแก้วน้ำไว้บนถังที่คว่ำอยู่เธอเชื้อเชิญให้ตำรวจดื่มกับเธอด้วย และตำรวจก็จากไป อีกครั้งหนึ่ง ตำรวจเข้ามาทางสวน และคุณพ่อซึ่งกำลังพูดคุยกับสัตบุรุษอยู่ ทำให้ไม่มีเวลาหลบซ่อนตัว ตำรวจค้นทุกหนแห่งและเดินผ่านหน้าคุณพ่อไปหลายครั้ง แต่ไม่เห็นท่าน ทุกคนถามกันว่า ทำไมพวกตำรวจถึงไม่เห็นคุณพ่อ เด็ก 5 ขวบคนหนึ่งร้องขึ้นว่า “ง่ายนิดเดียว มีผู้หญิงใส่ชุดขาวคนหนึ่งยืนบังและซ่อนคุณพ่อไว้” เช่นนี้แหละที่พระมารดาทรงปกป้องคุณพ่อไว้เพื่อให้คุณพ่อได้ก่อตั้งคณะที่อุทิศตนแด่พระนางมารีย์ต่อไป สายประคำในมัสยิด : ไม่บ่อยนักที่จะมีการสวดสานประคำพร้อมกันในมัสยิด แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นที่มัสยิดแห่งหนึ่งในกรุงเบรุต มีวัดเก่าแห่งหนึ่งที่พวกครูเสดสร้างขึ้น แล้วพวกมุสลิมยึดไว้เพื่อใช้เป็นมัสยิดหลักของเมือง ในปี 1962 มีซิสเตอร์คณะคาร์เมไลท์ชาวสเปนเดินทางมาเปิดอาราม ด้วยจุดประสงค์ที่จะสวดภาวนาเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักร ในช่วงแรกยังไม่มีอาราม ซิสเตอร์จึงถือโอกาสทำความรู้จักกับพิธีกรรมทางตะวันออก และเรียนรู้ภาษากรีกและอาหรับ ค่ำวันหนึ่ง หลังจากร่วมพิธีที่อาสนวิหารกรีกแล้ว พวกซิสเตอร์เกิดความคิดที่จะผ่านไปเยี่ยมชมมัสยิดของเมือง บรรดามุสลิมกำลังภาวนาอยู่ และเป็นช่วงเวลาที่ประธานในพิธีเริ่มอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน เมื่อพวกมุสลิมเห็นผู้หญิงและโดยเฉพาะเป็นคริสตชนก็พากันขับไล่พวกเธอ ประธานเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวให้ทุกคนสงบลงว่า “สตรีเหล่านี้เป็นนักบวช และพวกเธอภาวนาอยู่บ่อยครั้ง…

Read More

พระนางมารีย์แห่งนานาชาติ

พระนางมารีย์แห่งนานาชาติ บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 210 หน้า 2-3 เรื่องราวการประจักษ์ : ไอด้า เปียเดอแมง เกิดที่เมืองอัลค์มาร์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ.1905 เธอเป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องห้าคน เธอได้รับศีลล้างบาปที่วัดนักบุญโยเซฟ และได้รับการตั้งชื่อว่า ไอส์จี โจฮันนา แต่เธอมักถูกเรียกสั้น ๆ ว่า ไอด้า การประจักษ์ครั้งแรกของพระนางมารีย์แห่งนานาชาติ เกิดขึ้นที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ในวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1945 ซึ่งตรงกับวันฉลองแม่พระรับสารจากทูตสวรรค์ การประจักษ์มาของพระนางเป็นไปอย่างเงียบ ๆ และเรียบง่าย ซ่อนเร้นจากสายตาชาวโลก ในปีนั้น การฉลองแม่พระรับสารจากทูตสวรรค์ตรงกับวันอาทิตย์ใบลาน สงครามโลกครั้งที่สองยังคงคุกรุ่นในเนเธอร์แลนด์ และเมืองอัมสเตอร์ดัมตกอยู่ในภาวะเลวร้าย ไอด้าและพวกพี่สาวกำลังนั่งรอบ ๆ เตาผิง พูดคุยเกี่ยวกับสงคราม และสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น บาทหลวงเฟรเฮและเพื่อนของไอด้า ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองได้แวะมาเยี่ยม แน่นอนว่า ไม่ใช่ความบังเอิญที่พระนางมารีย์พระมารดาเริ่มต้นปรากฏให้เธอเห็น เป็นพระนางมารีย์แห่งนานาชาติในวันฉลองแม่พระรับรับสารจากทูตสวรรค์ เพราะเป็นวันที่พระนางมารีย์ยินยอมตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และเป็นทางสำหรับความรอดของมนุษยชาติ   ไอด้าเล่าว่าเธอเห็นแสงตรงมุมห้องถัดไป และรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดให้เข้าไปหาแสงนั้น จากแสงนั้นปรากฏให้เห็นพระนางมารีย์ พระนางตรัสให้ไอด้าพูดตามที่พระนางกล่าว ไอด้าก็ทำตาม พระนางตรัสอย่างช้า ๆ บาทหลวงเฟรเฮบอกให้พี่ของไอด้าเขียนสิ่งที่ไอด้าพูดไว้ และเธอก็ทำตาม ตั้งแต่ปี 1945-1959 พระนางมารีย์พรหมจารีทรงปรากฏแก่ ไอด้า เปียเดอแมง ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถึง 56 ครั้ง พระนางมารีย์ทรงขอร้องให้พระศาสนจักรรับรองอย่างเป็นทางการ ในเรื่องที่พระนางทรงเป็น “ผู้ร่วมไถ่กู้ คนกลางแจกจ่ายพระหรรษทาน” และเมื่อทำตามคำขอร้องนี้แล้ว “พระนางมารีย์แห่งนานาชาติจะประทานสันติภาพและสันติสุขที่แท้จริงแก่ชาวโลก” ผ่านทางถ้อยคำสื่อสารหลาย ๆ อย่างที่มาถึงไอด้า พระนางมารีย์ทรงอธิบายรายละเอียดว่าพระรูปควรมีลักษณะอย่างไร และรายละเอียดแต่ละอย่างนั้นมีความหมายอย่างไร รวมทั้งขอให้ทำพระรูปอย่างไร ในเรื่องรูปสลัก พระนางทรงอธิบายว่า “เรายืนอยู่บนลูกโลก เบื้องหน้ากางเขน เท้าทั้งสองข้างของเรายืนอย่างมั่นคง”…

Read More