นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา

นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 210 หน้า 16 – 19   โดยทั่วไป คนต่างชาติโดยเฉพาะสตรีในประเทศอินเดีย มักไม่ได้รับการยอมรับทางสังคมเท่าไรนัก ประเทศอินเดียมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมค่อนข้างมาก คนจนเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับสิทธิในสังคมเท่าที่ควร และรวมถึงสิทธิสตรีด้วย ทว่ามีสตรีผู้หนึ่งที่เข้ามากอบกู้ช่วยเหลือชาวอินเดียจำนวนมาก ให้พ้นทุกข์จนได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นพลเมืองของประเทศ ท่านมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดี ในฐานะผู้ช่วยเหลือและต่อสู้เพื่อคนยากไร้ ท่านผู้นี้มีนามว่า “คุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา” คุณแม่เทเรซามีเชื้อสายบอสเนีย ชื่อเดิมคือ Agnes Gonxha Bojaxhiu ท่านเกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ.1910 ที่เมืองสโกเปีย (ปัจจุบันคือเมืองหลวงของมาซิโดเนีย) เป็นบุตรคนสุดท้องของบิดา ชื่อ นิโกลา และมารดาชื่อ ดราเน ในครอบครัวชนชั้นกลาง บิดาเป็นชาวคริสต์ที่เคร่งครัดในหลักศาสนา ซึ่งทำให้ตั้งแต่วัยเด็ก อักแนสชอบไปร่วมพิธีมิสซา บิดาของอักแนสเสียชีวิต เมื่อเธออายุ 9 ขวบ แต่ความอบอุ่นภายในครอบครัวไม่ได้ลดลง เพราะมารดายังให้ความรัก ความอบอุ่น และการเลี้ยงดูที่ดีมาตลอด อักแนสเติบโตเป็นเด็กร่าเริง มีสุขภาพดี ต่อมาเธอได้รู้จักประเทศอินเดีย และรู้ว่าอินเดียขณะนั้นระบบสาธารณูปโภคยังล้าหลังอยู่มาก มีคนยากไร้มากมายที่ต้องทนทรมาน เธอเริ่มถามตนเองว่า มีวิธีใดบ้างไหมที่เธอจะช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากในอินเดียและเธอจึงเริ่มคิดที่จะเป็นนักบวช ค.ศ. 1928 อักแนสตัดสินใจขออนุญาตครอบครัวไปเข้าอาราม ตอนแรกครอบครัวคัดค้าน แต่ต่อมาทางครอบครัวก็ยอมให้เธอไปบวช การลาจากครอบครัวของเธอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นหน้าแม่และน้องสาว ค.ศ. 1931 อักแนสตัดสินใจเข้าพิธีปฏิญาณตนเป็นนักพรตหญิงในอารามโลเรโต ในเมืองดาร์จีลิงประเทศอินเดีย และได้รับนามใหม่ว่า “ซิสเตอร์เทเรซา” ค.ศ. 1937 หลังจากปฏิญาณตนตลอดชีพแล้ว ซิสเตอร์เทเรซาได้เป็นครูวิชาภูมิศาสตร์ – ประวัติศาสตร์ในโรงเรียนสตรีเซนต์มาเรีย นครกัลกัตตา และไม่นานก็ได้เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนสตรีแห่งนี้ ท่านได้นำพาสมาชิกและเหล่านักเรียนผ่านเหตุการณ์เลวร้าย ที่เกิดจากผลกระทบของเหตุการณ์รุนแรงและสงครามที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอินเดีย ค.ศ. 1946 ท่านขออนุญาตเข้าไปช่วยเหลือคนยากไร้ในสลัม และเริ่มเรียนด้านการพยาบาลที่รัฐพิหาร พร้อมก่อตั้งโรงเรียนกลางแจ้งในสลัม ในเวลานั้นเอง เริ่มมีผู้คนเข้ามาขอร่วมเป็นหมู่คณะและร่วมงานนี้ ค.ศ. 1950 ท่านก่อตั้งคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม (Missionaries of…

Read More

ประสบการณ์น่าทึ่งกับพระแม่มารีย์

ประสบการณ์น่าทึ่งกับพระแม่มารีย์ บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 209 หน้า 6-8 สตรีในชุดขาว : คุณพ่อชานินาดผู้ก่อตั้งคณะ Marianistes ผู้ซึ่งอุทิศตนเป็นพิเศษต่อพระนางมารีย์ ท่านเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1751 และสิ้นใจเมื่อปี 1850 ท่านและพี่ชายของท่านสองคนได้บวชเป็นพระสงฆ์ ท่านมีความศรัทธาเป็นพิเศษต่อพระมารดา และพระราชินีสวรรค์ ได้ประทานพระหรรษทานมากมายแก่ท่าน ซึ่งหลายครั้งเป็นอัศจรรย์ที่แท้จริง ในช่วงที่ยังอยู่บ้านเณร ทำได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ครั้งหนึ่ง ระหว่างเดินขึ้นเขา มีก้อนหินตกลงมาทับเท้าของท่านจนไม่สามารถเดินได้ ท่านได้อ้อนวอนต่อพระนางมารีย์ด้วยความไว้วางใจ โดยสัญญากับแม่พระว่า ถ้าพระแม่มารีย์รักษาท่านให้หาย ท่านจะไปขอบคุณแม่พระที่สักการสถาน ที่เวสเลย์และเมื่อเท้าของท่านหายดี ท่านก็ออกเดินทางทันที เป็นระยะทาง 80 กิโลเมตร เมื่อท่านบวชเป็นพระสงฆ์เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ท่านเดินทางถึงเมืองบอร์โดว์ เพื่อช่วยครอบครัวคริสตชนที่หลบซ่อนตัวอยู่ ไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจใด ๆ ได้ เพราะถูกเบียดเบียน ท่านจำเป็นต้องหลบซ่อนตัวเพื่อหลบหนีตำรวจ ท่านซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ ซึ่งสามารถถวายมิสซากับบรรดาสัตบุรุษ หลายครั้งท่านเกือบถูกตำรวจจับแต่ก็หลบหนีได้เสมอ ครั้งหนึ่งตำรวจเข้ามาในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งแม่บ้านกำลังซักผ้า และคุณพ่อก็อยู่ที่นั่นด้วย แม่บ้านมีเพียงถังซักผ้าให้คุณพ่อซ่อนตัว เธอมีไหวพริบดีและเริ่มต้นพูดคุย โดยวางแก้วน้ำไว้บนถังที่คว่ำอยู่เธอเชื้อเชิญให้ตำรวจดื่มกับเธอด้วย และตำรวจก็จากไป อีกครั้งหนึ่ง ตำรวจเข้ามาทางสวน และคุณพ่อซึ่งกำลังพูดคุยกับสัตบุรุษอยู่ ทำให้ไม่มีเวลาหลบซ่อนตัว ตำรวจค้นทุกหนแห่งและเดินผ่านหน้าคุณพ่อไปหลายครั้ง แต่ไม่เห็นท่าน ทุกคนถามกันว่า ทำไมพวกตำรวจถึงไม่เห็นคุณพ่อ เด็ก 5 ขวบคนหนึ่งร้องขึ้นว่า “ง่ายนิดเดียว มีผู้หญิงใส่ชุดขาวคนหนึ่งยืนบังและซ่อนคุณพ่อไว้” เช่นนี้แหละที่พระมารดาทรงปกป้องคุณพ่อไว้เพื่อให้คุณพ่อได้ก่อตั้งคณะที่อุทิศตนแด่พระนางมารีย์ต่อไป สายประคำในมัสยิด : ไม่บ่อยนักที่จะมีการสวดสานประคำพร้อมกันในมัสยิด แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นที่มัสยิดแห่งหนึ่งในกรุงเบรุต มีวัดเก่าแห่งหนึ่งที่พวกครูเสดสร้างขึ้น แล้วพวกมุสลิมยึดไว้เพื่อใช้เป็นมัสยิดหลักของเมือง ในปี 1962 มีซิสเตอร์คณะคาร์เมไลท์ชาวสเปนเดินทางมาเปิดอาราม ด้วยจุดประสงค์ที่จะสวดภาวนาเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักร ในช่วงแรกยังไม่มีอาราม ซิสเตอร์จึงถือโอกาสทำความรู้จักกับพิธีกรรมทางตะวันออก และเรียนรู้ภาษากรีกและอาหรับ ค่ำวันหนึ่ง หลังจากร่วมพิธีที่อาสนวิหารกรีกแล้ว พวกซิสเตอร์เกิดความคิดที่จะผ่านไปเยี่ยมชมมัสยิดของเมือง บรรดามุสลิมกำลังภาวนาอยู่ และเป็นช่วงเวลาที่ประธานในพิธีเริ่มอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน เมื่อพวกมุสลิมเห็นผู้หญิงและโดยเฉพาะเป็นคริสตชนก็พากันขับไล่พวกเธอ ประธานเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวให้ทุกคนสงบลงว่า “สตรีเหล่านี้เป็นนักบวช และพวกเธอภาวนาอยู่บ่อยครั้ง…

Read More